นายกิตติพงษ์ พวงมาลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.กลุ่มสมอทอง [SMO] กล่าวว่า ผลประกอบการของบริษัทสำหรับไตรมาส 2/69 บริษัทมีรายได้รวม 3,518.55 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 85.03 ล้านบาท หรือ 2.48% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้ 3,433.52 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 29.56 ล้านบาท

พร้อมกันนี้ SMO เดินหน้าขยายศักยภาพการผลิตอย่างต่อเนื่อง หลังโรงงานสาขาพนมเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ ส่งผลให้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 150 ตันผลปาล์มสดต่อชั่วโมง จากเดิม 75 ตันผลปาล์มสดต่อชั่วโมง ขณะที่โรงงานของบริษัท เอ แอล ปาล์ม จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย เพิ่มกำลังการผลิตจาก 60 ตัน เป็น 75 ตันผลปาล์มสดต่อชั่วโมง ส่งผลให้ ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 กลุ่มบริษัทมีกำลังการผลิตติดตั้งรวมเพิ่มขึ้นเป็น 345 ตันผลปาล์มสดต่อชั่วโมง จากเดิม 255 ตัน หรือเพิ่มขึ้น 35.29% เพื่อรองรับความต้องการของคู่ค้าทั้งในและต่างประเทศ
SMO ยังเดินหน้าลงทุนโครงการ โรงงานผลิตน้ำมันเมล็ดในปาล์ม (CPKO) กำลังการผลิต 300 ตันต่อวัน และโครงการติดตั้งเครื่องระเหยน้ำเสีย เฟส 1 (Evaporator) (โครงการ Green Project) กำลังการผลิต 400 ลบ.เมตรต่อวัน ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อสร้าง New S-Curve และต่อยอดผลิตภัณฑ์จากห่วงโซ่อุตสาหกรรมปาล์มไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม โดยคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จและพร้อมเริ่มดำเนินการในช่วงไตรมาส 2/70
บริษัทประเมินว่าเมื่อโรงงานเปิดดำเนินการเต็มรูปแบบ จะสามารถสร้างรายได้เสริมให้แก่บริษัทได้สูงถึงประมาณ 1,500 ล้านบาทต่อปี โดยผลิตภัณฑ์น้ำมันเมล็ดในปาล์ม (CPKO) สามารถนำไปใช้เป็นวัตถุดิบสำคัญในอุตสาหกรรมโอเลโอเคมีคอลส์ อาทิ กรดไขมัน แฟตตี้แอลกอฮอล์ และกลีเซอรีน รวมถึงต่อยอดไปสู่อุตสาหกรรมเครื่องสำอางและยา





