วิปฯ เคาะแล้ว! 26 ส.ค. อภิปราย พ.ร.ก.กู้เงินฯ 4 แสนล้าน รัฐบาลมั่นใจเสียงไม่แตก

นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) เปิดเผยว่า ในการประชุมสภาฯ ในวันที่ 26 ส.ค.นี้ จะมีการพิจารณา พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤติด้านพลังงาน และสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงงานของประเทศ พ.ศ. 2569 วงเงิน 4 แสนล้านบาท

นายกรวีร์ ระบุว่า ได้ประสานกับวิปฝ่ายค้านถึงการจัดสรรเวลาแล้ว โดยจะให้เวลาฝ่ายค้านอภิปราย 8 ชั่วโมง เพื่อให้มีเวลาตรวจสอบซักถามฝ่ายบริหารได้เต็มที่ ขณะที่การอภิปรายของ สส.ฝ่ายรัฐบาล รวมถึงการชี้แจงของรัฐมนตรี มีเวลารวม 3 ชั่วโมง โดยจะเริ่มอภิปรายตั้งแต่เวลา 09.00 น. และคาดว่าจะลงมติในช่วงเวลา 21.00 น.

อย่างไรก็ดี ในส่วนของวิปรัฐบาล จะหารือถึงการพิจารณา พ.ร.ก.กู้เงินฯ ในวันที่ 24 ส.ค.นี้ โดยจะพิจารณารายละเอียด เหตุผลความจำเป็นของรัฐบาลต่อการกู้เงิน รวมถึงแผนที่รัฐบาลจะใช้เงินกู้ก้อน 2 แสนล้านบาทหลัง เพื่อเปลี่ยนผ่านพลังงาน รวมถึงการลงมติ ซึ่งเชื่อว่าพรรคร่วมรัฐบาลจะเห็นพ้องไปในทิศทางเดียวกัน ไม่มีแตกแถว

*กมธ. ตัดงบปี 70 กว่า 1.1 หมื่นลบ. เน้นคุ้มค่า-ไม่กระทบบริการภาครัฐ

นายกรวีร์ ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 สภาผู้แทนราษฎร ยังกล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ปี 70 ของคณะกรรมาธิการฯ ว่า ในการพิจารณาปรับลดงบประมาณของคณะอนุกรรมาธิการฯ ทั้ง 7 คณะ ได้ชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการฯ งบประมาณชุดใหญ่ครบถ้วนแล้ว โดยในสัปดาห์หน้า วันที่ 27-28 ส.ค. จะมีการพิจารณาลงมติรายมาตรา และสรุปเล่มส่งให้ประธานรัฐสภา ซึ่งคาดว่าจะสามารถบรรจุระเบียบวาระเพื่อพิจารณาในวาระ 2 และวาระ 3 ได้ในช่วงวันที่ 7-9 ก.ย.นี้

โดยมีการพิจารณาปรับลดงบประมาณจากหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งสิ้น กว่า 11,162 ล้านบาท อาทิ คณะอนุกรรมาธิการฝึกอบรมฯ ประมาณ 3,200 ล้าน, คณะอนุกรรมาธิการ ICT ประมาณ 3,333 ล้าน, คณะอนุกรรมาธิการที่ดินฯ ประมาณ 1,484 ล้านบาท, คณะอนุกรรมาธิการท้องถิ่นฯ 1,470 ล้านบาท, คณะอนุกรรมาธิการจังหวัด และกลุ่มจังหวัดฯ ประมาณ 242 ล้านบาท, คณะอนุกรรมาธิการการศึกษาฯ ประมาณ 585 ล้านบาท, คณะอนุ กมธ.แผนงานบูรณาการ หน่วยงานของรัฐสภา หน่วยงานของศาล หน่วยงานขององค์กรอิสระ และองค์กรอัยการและกองทุนในกำกับ ประมาณ 843 ล้านบาท

นายกรวีร์ ชี้แจงว่า งบประมาณที่ได้มีการปรับลดกว่า 11,162 ล้านบาทนั้น จะนำไปเพิ่มให้กับ 9 หน่วยงาน อาทิ  งบกลางสำรองใช้กรณีฉุกเฉิน 6,044 ล้านบาท, กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช 148 ล้านบาท, กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง 500 ล้านบาท, กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม 4,000 ล้านบาท, สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร 24 ล้านบาท เพื่อส่งเสริมการประชาสัมพันธ์ เพื่อพัฒนาระบอบประชาธิปไตย

“การพิจารณางบประมาณ ได้มุ่งเน้นความคุ้มค่า และประโยชน์สูงสุดของประชาชนเป็นหลัก โดยอนุกรรมาธิการทั้ง 7 คณะจะพิจารณาว่า การจัดสรรงบประมาณตรงเป้าหมาย และมีการทำงานที่ซ้ำซ้อนกันหรือไม่ หากหน่วยงานใดไม่สามารถชี้แจงถึงความคุ้มค่า ประโยชน์ และความจำเป็นเร่งด่วนได้ ก็จะปรับลดงบประมาณตามเหตุผล ยืนยันว่า การปรับลดจะไม่ส่งผลกระทบต่อการให้บริการประชาชน” นายกรวีร์ ระบุ

โดย ฐานิสร์ ทองนอก/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์