PTT ลุยลงทุน 2.5 หมื่นล้านปี 69 อัดฉีด PTTEP-โครงสร้างพื้นฐานก๊าซฯ ปักธงขึ้น Global LNG Player ทะยานสู่ 15 ล้านตัน จ่อเคาะปันผล ก.ย.นี้

บมจ.ปตท. [PTT] กางแผนยุทธศาสตร์เดินหน้าสร้างความมั่นคงทางพลังงานท่ามกลางวิกฤตความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ปรับปรุงโครงสร้างภายในลดต้นทุน ควบคู่การขยายพอร์ตการค้า LNG ระดับสากล พร้อมลุยงบลงทุนปี 2569 จำนวน 2.5 หมื่นล้านบาท เน้นหนักงานสำรวจ-โครงสร้างพื้นฐานก๊าซฯ หลังผลประกอบการครึ่งแรกปี 69 กวาดกำไรสุทธิ 78,263 ล้านบาท เติบโต 74% 

นายคงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ PTT เปิดเผยว่า สถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางที่เกิดขึ้นและยังคงยืดเยื้ออยู่ในปัจจุบัน ปตท. ซึ่งมี 2 บทบาท คือ การเป็นรัฐวิสาหกิจและบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงจำเป็นต้องสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศ ขณะเดียวกันต้องดูแลผู้ถือหุ้น จึงมุ่งเน้นปรับปรุงการทำงานภายในกลุ่ม เพื่อควบคุมต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ พร้อมเดินหน้าขยายพอร์ตการค้า (Trading) LNG ในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างกำไรและเป็นการกระจายความเสี่ยง อีกทั้งเตรียมเสนอที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาจ่ายปันผลระหว่างกาลในเดือนก.ย. นี้

PTT คงเป้าหมายขยาย LNG Portfolio ปริมาณ 3.7 ล้านตัน ภายในปี 69 ซึ่งครึ่งปีแรกอยู่ที่ 1.75 ล้านตัน และจะขยายให้ได้ 10 ล้านตัน และ 15 ล้านตัน ภายในปี 73 และ 78 ตามลำดับ โดยมองหาโอกาสเข้าไปลงทุนในประเทศที่เป็นแหล่งผลิตต้นทางที่มีต้นทุนราคาดี รวมทั้งฝั่งดีมานด์ มองหาประเทศที่มีความต้องการใช้ ซึ่งในบางกรณีอาจต้องมีการร่วมลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน หรือ Terminal บ้างเล็กน้อย อย่างไรก็ดี หากสามารถจัดหาและค้าขายได้โดยไม่ต้องใช้เงินลงทุนสูง แต่ได้ผลตอบแทนใกล้เคียงกันก็จะเป็นแนวทางที่ดีกว่า

ทั้งนี้ ก๊าซธรรมชาติจะมีบทบาทสำคัญในการรักษาเสถียรภาพของระบบพลังงาน ในขณะที่ทั่วโลกอยู่ระหว่างการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดรวมถึงประเทศไทย ซึ่งในวันที่ 14-17 ก.ย.นี้ ประเทศไทยได้รับโอกาสแสดงศักยภาพบนเวทีพลังงานโลก โดย ปตท. ร่วมกับกระทรวงพลังงาน และพันธมิตรภาครัฐและเอกชน เป็นเจ้าภาพจัดงาน Gastech 2026 เวทีแลกเปลี่ยนมุมมองเชิงนโยบายระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรระหว่างประเทศ

ปตท. ตั้งเป้าใช้จ่ายงบลงทุนปี 69 ที่ 25,000 ล้านบาทให้ได้ตามแผน โดยการลงทุนส่วนใหญ่จะเน้นไปที่ บมจ.ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม [PTTEP] ในส่วนของการสำรวจและผลิต และการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) คลังและท่อส่งที่เกี่ยวข้องกับก๊าซและน้ำมัน ซึ่งมีทั้งการลงทุนพัฒนาโครงการเองและการเข้าไปซื้อกิจการหรือซื้อหุ้นเพื่อควบรวมกิจการ (M&A) ควบคู่ไปกับการลงทุนเพื่อลดคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) สำหรับโครงการก่อสร้างโรงงานใหม่ ๆ ในช่วงนี้จะมีจำนวนน้อยลง เนื่องจากความผันผวนของปัจจัยภายนอก

สำหรับกลยุทธ์การหาพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ภายใต้โครงการ Genesis ย้ำว่าการนำพันธมิตรเชิงกลยุทธ์เข้ามาร่วมลงทุนในธุรกิจโรงกลั่นและปิโตรเคมียังคงเป็นเป้าหมายสำคัญ โดย ปตท. ยังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ เหตุผลหลักไม่ได้อยู่ที่การระดมทุน แต่เป็นการได้รับเทคโนโลยี การเข้าถึงตลาด ความสามารถในการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และการยกระดับความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว อย่างไรก็ตามจากสถานการณ์โลกที่มีความผันผวน ทำให้พันธมิตรเดิมที่มีการเจรจาต้องทบทวนกลยุทธ์ของตนเองใหม่อย่างระมัดระวัง ในขณะเดียวกันก็มีพันธมิตรรายใหม่เข้ามาเร่งเจรจาด้วย เนื่องจากมองว่าเอเชียรวมถึงไทย เป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักที่มีศักยภาพ

“สถานการณ์ในอนาคตคาดเดาได้ยาก เพราะนอกจากปัจจัยพื้นฐานแล้ว ด้านอุปสงค์-อุปทาน มีปัจจัยด้านนโยบายของแต่ละประเทศเข้ามาสร้างความผันผวน ดังนั้นจึงต้องวางแผนบนความไม่แน่นอนมากกว่า ซึ่งบริบทของ ปตท. และกลุ่ม ก็ต้องปรับปรุงภายในของเรา ต่อยอดกลยุทธ์ แต่ในแง่ของความสม่ำเสมอ ยืนยันมีพลังงานเพียงพอแน่นอน”

นายคงกระพัน กล่าวว่า ท่ามกลางสถานการณ์ที่มีความไม่แน่นอน ปตท. ยังคงสร้างผลการดำเนินงานครึ่งแรกของปี 2569 ซึ่งดีกว่าที่คาด ด้วยกำไรสุทธิ 78,263 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 33,000 ล้านบาท หรือกว่า 74% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ด้านการดำเนินงานด้านความยั่งยืน ปตท.ขับเคลื่อนการลดคาร์บอนต่อเนื่อง พร้อมเป็นแกนหลักของประเทศในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีการลดก๊าซเรือนกระจก ผ่านโครงการดักจับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ หรือ Carbon Capture and Storage (CCS) ที่แหล่งก๊าซธรรมชาติโครงการอาทิตย์ในอ่าวไทย ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินการในปี 2571 ควบคู่การขับเคลื่อน I-SPARK โครงการนำร่องเพื่อสร้างความพร้อมด้านพลังงานสะอาดและโครงสร้างพื้นฐาน รองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคตและการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทย อีกทั้งร่วมกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ยกระดับการดูแลผืนป่าให้เป็นแหล่งดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และสร้างคาร์บอนเครดิต ผ่านการมีส่วนร่วมกับชุมชน เพื่อสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero ของประเทศ

กลุ่ม ปตท. เร่งสร้างความแข็งแรงจากภายใน ยกระดับผลการดำเนินงานและสร้างมูลค่าเพิ่มจากความร่วมมือภายในกลุ่ม ปตท. กว่า 8,700 ล้านบาท ผ่าน Profit Enhancement Initiatives ซึ่งประกอบด้วย โครงการ MissionX พร้อมทั้งขับเคลื่อน Digital Transformation ผ่านโครงการ AXIS มุ่งเน้นการนำ Digital Tools และ AI มาประยุกต์ใช้ในการทำงาน นอกจากนี้ ยังเดินหน้าเสริมความร่วมมือด้าน Supply Chain และ Marketing ทั้งในและต่างประเทศผ่านโครงการ P1 และ D1 ควบคู่กับการดำเนินงานด้าน Financial Excellence (F1) เพื่อรักษาวินัยทางการเงินและบริหารกระแสเงินสดของกลุ่ม ปตท. อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการเติบโตอย่างยั่งยืนและสร้างผลตอบแทนที่ดีแก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว ตลอดจนรักษาอันดับความน่าเชื่อถือในระดับที่เทียบเท่าระดับประเทศ ส่งผลให้สามารถรักษาเสถียรภาพพลังงานและขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโต นอกจากนี้กลุ่ม ปตท. สนับสนุนมาตรการภาครัฐ และบรรเทาผลกระทบด้านราคาพลังงานต่อภาคประชาชน โดยมูลค่าการสนับสนุนมาตรการภาครัฐที่ประเมินได้ประมาณ 17,500 ล้านบาท โดยคิดเป็นสัดส่วนของ ปตท. กว่า 8,500 ล้านบาท

ทั้งนี้ ด้วยศักยภาพการดำเนินธุรกิจที่แข็งแกร่งในระดับสากล และเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ ส่งผลให้ ปตท. ครองอันดับ 1 ของไทย และอันดับ 2 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จาก Fortune Southeast Asia 500 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3

เนื่องในวาระครบรอบ 48 ปี ปตท. ดำเนินธุรกิจบนหลักความยั่งยืนอย่างสมดุลตามแนวทาง Energy Trilemma ครอบคลุม 3 มิติ ได้แก่ ความมั่นคงทางพลังงาน (Security) การเข้าถึงพลังงานในราคาที่เหมาะสมและแข่งขันได้ (Affordability/ Competitiveness) และการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน (Sustainability) โดยมุ่งมั่นเป็นส่วนสำคัญในการวางรากฐานความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ พร้อมก้าวสู่อนาคตที่ยั่งยืน ด้วยการขับเคลื่อนการเติบโตภายใต้การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานอย่างสมดุล มุ่งสู่การเป็น Global LNG Player ยกระดับขีดความสามารถองค์กรสู่การเป็น National Champion ที่สร้างมูลค่าเพิ่มและสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ เชื่อมโยงศักยภาพและโอกาสของธุรกิจไทยสู่เวทีโลก โดยมีเครือข่ายการค้าระหว่างประเทศเป็นฟันเฟืองสำคัญ ตลอดจนบูรณาการเทคโนโลยี AI และดิจิทัล เข้ากับการดำเนินธุรกิจ พร้อมผลักดันนวัตกรรมพลังงานสะอาดและการลดคาร์บอน ขับเคลื่อนองค์กรสู่โลกอนาคต ควบคู่การสร้างสังคมไทยให้แข็งแรงด้วยเทคโนโลยีผ่านศักยภาพกลุ่ม ปตท. เพื่อส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของชุมชน พร้อมต่อยอดความสำเร็จสู่อนาคต ภายใต้วิสัยทัศน์ Together for Sustainable Thailand, Sustainable World ปตท. แข็งแรงร่วมกับสังคมไทยและเติบโตในระดับโลกอย่างยั่งยืน

โดย วรินทร ศิรินอก