
มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เปิดเผยว่า สหรัฐฯ ได้ถอดซีเรียออกจากรายชื่อประเทศที่สนับสนุนการก่อการร้ายแล้ว เนื่องจากสหรัฐฯ มองว่ารัฐบาลซีเรียมีความเคลื่อนไหวในทางที่ดีเพื่อตัดขาดจากการก่อการร้าย หลังจากที่ซีเรียติดอยู่ในรายชื่อดังกล่าวมานานถึง 47 ปี โดยหวังว่าสิ่งนี้จะช่วยเปิด “เส้นทางสู่ความมั่งคั่ง” ให้ชาวซีเรียต่อไป
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวคาดว่าจะเปิดทางให้ภาคเอกชนเข้าไปลงทุน และช่วยให้ซีเรียกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโลกได้อีกครั้ง ทั้งยังสะท้อนให้เห็นความหวังที่จะดึงซีเรียเข้ามาอยู่ในอิทธิพลของสหรัฐฯ เพื่อคานอำนาจและป้องกันไม่ให้ซีเรียหันไปพึ่งพาจีนหรือรัสเซีย
อย่างไรก็ตาม ซีเรียยังคงเผชิญความเสี่ยงสูงจากสถานการณ์ความมั่นคงที่ยังไม่สงบ รัฐบาลยังขาดความเป็นตัวแทนของประชาชนอย่างแท้จริง แถมยังตกอยู่ท่ามกลางชนวนความตึงเครียดที่คุกรุ่นระหว่างประเทศเพื่อนบ้านอย่างอิสราเอลและตุรกี
ทั้งนี้ รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ให้การรับรองอะห์มัด อัชชะเราะอ์ ประธานาธิบดีคนใหม่ของซีเรีย ซึ่งเป็นอดีตแกนนำกลุ่มติดอาวุธที่สหรัฐฯ เคยตั้งค่าหัวในฐานะผู้นำกลุ่มย่อยของอัลกออิดะห์ ขณะเดียวกัน กลุ่มติดอาวุธฮายัต ตะห์รีร์ อัล-ชาม (HTS) ซึ่งเป็นกลุ่มอิสลามิสต์ภายใต้การนำของอะห์มัด อัชชะเราะอ์ ก็ถูกสหรัฐฯ ปลดออกจากบัญชีองค์กรก่อการร้ายระดับโลกเช่นเดียวกัน
สำหรับความเป็นมานั้น ประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด ซึ่งปกครองซีเรียมายาวนาน ได้ถูกโค่นอำนาจลงเมื่อปลายปี 2567 หลังพ่ายแพ้ต่อปฏิบัติการรุกคืบแบบสายฟ้าแลบของกองกำลังฝ่ายต่อต้านที่นำโดยกลุ่ม HTS ซึ่งเป็นกลุ่มอิสลามิสต์ที่ทรงอิทธิพลที่สุด
กลุ่ม HTS เดิมเคยเป็นที่รู้จักในชื่อ “แนวร่วมนุสรา” (Nusra Front) และเคยเป็นเครือข่ายอย่างเป็นทางการของกลุ่มอัลกออิดะห์ในซีเรีย ก่อนจะประกาศตัดความสัมพันธ์ในปี 2559
โดย ตนุพัฒน์ ปิยะรัตน์/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์





