-
ตลาดหุ้นเอเชียเปิดลบเช้าวันนี้ (26 ส.ค.) โดยถูกกดดันจากแรงขายหุ้นชิปก่อนการเปิดเผยผลประกอบการของ Nvidia และความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ ขณะที่ราคาน้ำมันที่ร่วงลงช่วยจำกัดแรงกดดันต่อตลาด
ทั้งนี้ ดัชนี Kospi ตลาดหุ้นเกาหลีใต้เปิดตลาดลดลง 0.2% สู่ระดับ 6,727.25 จุด ส่วนดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดตลาดลบ 0.4% สู่ระดับ 65,604.49 จุด โดยถูกถ่วงลงโดยหุ้นกลุ่มพลังงานและกลุ่มเดินเรือ
-
รัฐบาลแคนาดาประกาศมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้สหรัฐฯ เมื่อวานนี้ (25 ส.ค.) โดยเรียกเก็บภาษีในลักษณะ “ดอลลาร์ต่อดอลลาร์” ให้เทียบเท่ากับภาษี 50% ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังการเจรจาการค้าระหว่างสองประเทศประสบความล้มเหลว
ทั้งนี้ แคนาดาประกาศเรียกเก็บภาษีสินค้าสหรัฐมากกว่า 700 รายการ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเท่ากับมูลค่าภาษีนำเข้าที่ปธน.ทรัมป์เรียกเก็บต่อสินค้าจากแคนาดา เช่น ไวน์ ปูนซีเมนต์ ไม้ฮอกกี้ และสินค้าอื่น ๆ
ภาษีตอบโต้ของแคนาดามีอัตราตั้งแต่ 15% ถึง 50% และมุ่งเป้าไปยังสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ หลากหลายประเภท รวมถึงเหล็กและอะลูมิเนียม ผลิตภัณฑ์นม อาหารทะเล เครื่องใช้ไฟฟ้า ไม้และผลิตภัณฑ์กระดาษ รวมถึงเสื้อผ้า
-
การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับแคนาดาที่ล้มเหลวเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มีสาเหตุสำคัญจากข้อพิพาทเรื่องกฎหมายคุ้มครองภาษา โดยสหรัฐฯ มองว่าข้อกำหนดให้สินค้าใช้ทั้งภาษาอังกฤษและฝรั่งเศส รวมถึงกฎที่กำหนดให้แพลตฟอร์มสตรีมมิงส่งเสริมเนื้อหาของแคนาดาและเนื้อหาภาษาฝรั่งเศส เป็นอุปสรรคทางการค้า ขณะที่รัฐบาลแคนาดามองว่าการคุ้มครองภาษาฝรั่งเศสเป็นประเด็นที่ไม่สามารถยอมผ่อนปรนได้ โดยเฉพาะในรัฐควิเบก ซึ่งภาษาฝรั่งเศสเป็นส่วนสำคัญของอัตลักษณ์และวัฒนธรรม ขณะที่ผลสำรวจพบว่าชาวแคนาดาจำนวนมากสนับสนุนจุดยืนของนายมาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา
หลังการเจรจาหยุดชะงัก สหรัฐฯ เรียกเก็บภาษีศุลกากร 50% ต่อสินค้าของแคนาดามูลค่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่แคนาดาเตรียมมาตรการตอบโต้ โดยอาจใช้มาตรการที่เจาะจงเพื่อสร้างผลกระทบสูงสุด เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐฯ มีขนาดใหญ่กว่ามาก ข้อพิพาทยังครอบคลุมกฎด้านการสตรีมมิงที่กำหนดให้แพลตฟอร์มอย่างเน็ตฟลิกซ์และสปอติฟายลงทุนและส่งเสริมเนื้อหาของแคนาดา รวมถึงกฎหมายของรัฐควิเบกที่ให้ความสำคัญกับเนื้อหาภาษาฝรั่งเศส ขณะที่ฝ่ายแคนาดายืนยันว่าการปกป้องภาษาและวัฒนธรรมเป็นเรื่องที่ไม่สามารถนำมาแลกเปลี่ยนในการเจรจาการค้าได้
-
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ โพสต์ข้อความบน Truth Social เมื่อวานนี้ (25 ส.ค.) ระบุว่า สหรัฐกำลังพิจารณาที่จะเปลี่ยนชื่อ “ทะเลสาบออนแทรีโอ” เป็น “ทะเลสาบอเมริกา” ขณะที่สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และแคนาดาทวีความรุนแรงขึ้น
การเปลี่ยนชื่อดังกล่าวจะมีลักษณะคล้ายกับการดำเนินการของปธน.ทรัมป์เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งใช้อำนาจฝ่ายบริหารเปลี่ยนชื่อ “อ่าวเม็กซิโก” (Gulf of Mexico) เป็น “อ่าวอเมริกา” (Gulf of America)
-
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ โพสต์ข้อความบน Truth Social เมื่อวานนี้ (25 ส.ค.) ระบุว่า สหรัฐฯ ได้เก็บกู้ทุ่นระเบิดทั้งหมดในช่องแคบฮอร์มุซแล้ว
นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์เตือนว่า สหรัฐฯ จะโจมตีเรืออิหร่านลำใดก็ตามที่พยายามวางทุ่นระเบิดใหม่
“ผมเพิ่งได้รับแจ้งจากกองทัพเรือสหรัฐฯ ว่า ทุ่นระเบิดทั้งหมดได้ถูกเก็บกู้ และ/หรือถูกทำลายจนหมดแล้ว จากพื้นที่น่านน้ำสากลของช่องแคบฮอร์มุซ”
“อิหร่านได้รับแจ้งแล้วว่า เรือลำใดก็ตามที่นำทุ่นระเบิดใหม่ไปวาง จะถูกทำลายทันที และอย่างเป็นระบบ”
-
อิหร่านและโอมานหารือกันในวันอังคาร (25 ส.ค.) เกี่ยวกับข้อเสนอจัดตั้งเส้นทางเดินเรือที่บริหารร่วมกันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงภารกิจเก็บกู้ทุ่นระเบิดจากเส้นทางส่งออกน้ำมันที่สำคัญแห่งนี้
ซัยยิด บาดร์ บิน ฮาหมัด อัลบูไซดี รัฐมนตรีต่างประเทศโอมาน กล่าวว่า เขาหวังว่าจะมีการประกาศจัดตั้งเส้นทางเดินเรือชั่วคราวในช่องแคบฮอร์มุซ และแนวทางปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมเพื่อฟื้นฟูการเดินเรืออย่างปลอดภัยในเร็ว ๆ นี้ โดยระบุว่าการหารือในกรุงเตหะรานกับซัยยิด อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน เป็นไปอย่างสร้างสรรค์
กระทรวงการต่างประเทศโอมานระบุผ่านโพสต์บนโซเชียลมีเดียว่า กรอบข้อเสนอประกอบด้วยการจัดตั้งเส้นทางเดินเรือชั่วคราวร่วมกันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และข้อตกลงดำเนินโครงการร่วมกันเพื่อเก็บกู้ทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ
-
มาเจด อัล-อันซารี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศกาตาร์ กล่าวในการแถลงข่าวเมื่อวานนี้ (25 ส.ค.) ว่า กาตาร์ยังคงทำการติดต่อประสานงานกับสหรัฐฯ และอิหร่านเพื่อพยายามนำทั้งสองฝ่ายกลับสู่โต๊ะเจรจาอีกครั้ง
“เจ้าหน้าที่ของเราได้พูดคุยทางโทรศัพท์ทุกวัน เพื่อพยายามระดมความคิดและหารือถึงแนวทางที่จะนำทั้งสองฝ่ายกลับสู่โต๊ะเจรจา”
สำหรับประเด็นช่องแคบฮอร์มุซนั้น อัล-อันซารีเรียกร้องให้ใช้การเจรจาและการทูต โดยกล่าวว่า “สิ่งสำคัญอันดับแรกคือ การกลับไปสู่เสรีภาพในการเดินเรือ และการเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้กลับสู่ภาวะในช่วงก่อนเกิดสงคราม”
-
หนังสือพิมพ์ New York Times รายงานเมื่อวานนี้ (25 ส.ค.) โดยอ้างเอกสารภายในกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ระบุว่า กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ กำลังเตรียมส่งนักการทูตกลับไปประจำยังสถานทูตต่าง ๆ ในตะวันออกกลาง หลังจากที่ได้อพยพเจ้าหน้าที่เหล่านี้ก่อนเกิดสงครามกับอิหร่าน
รายงานระบุว่า การส่งเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ กลับไปประจำการ และการผ่อนคลายมาตรการฉุกเฉินในคณะผู้แทนทางการทูตของสหรัฐฯ ในภูมิภาค อาจเริ่มขึ้นเร็วที่สุดภายในสัปดาห์นี้
รายงานระบุว่า สถานทูตที่มีกำหนดเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่ ได้แก่ สถานทูตสหรัฐฯ ในอิสราเอล เลบานอน ซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ จอร์แดน โอมาน อิรัก และคูเวต
-
ข้อมูลและเหตุการณ์เศรษฐกิจสำคัญในวันนี้ (26 ส.ค.)
เกาหลีใต้เปิดเผยความเชื่อมั่นภาคธุรกิจเดือนส.ค.
ออสเตรเลียเปิดเผยอัตราเงินเฟ้อเดือนก.ค.
สหรัฐฯ เปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือนก.ค., ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนก.ค., ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 2/2569 (ประมาณการครั้งที่ 2) และสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์จากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA)
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช





