ทรัมป์กร้าว ลั่นถึงเวลาสั่งสอนแคนาดา หลังเจรจาการค้าล่ม

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ส่งสัญญาณแข็งกร้าวต่อแคนาดา หลังการเจรจาการค้าระหว่างสองประเทศล่มลง โดยระบุว่า ถึงเวลาแล้วที่สหรัฐฯ ต้องทำให้แคนาดาเข้าใจว่า ไม่สามารถดำเนินการในลักษณะนี้ได้อีก

ทรัมป์กล่าวระหว่างให้สัมภาษณ์เมื่อวันพุธ (26 ส.ค.) ว่า ข้อเสนอที่สหรัฐฯ ยื่นให้แคนาดาก่อนหน้านี้ถือว่าค่อนข้างดี พร้อมระบุว่า “แคนาดาไม่มีอะไรที่เราจำเป็นต้องมี เราสามารถเดินหน้าต่อไปได้ อาจมีสินค้าบางอย่างที่ทำให้เราลำบากขึ้นเล็กน้อย แต่เราก็สามารถไปหาจากที่อื่นได้ และถึงเวลาที่จะทำให้แคนาดารู้ว่า เรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นอีกไม่ได้”

ท่าทีของทรัมป์มีขึ้นหลังสหรัฐฯ ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากแคนาดาในอัตรา 50% คิดเป็นมูลค่าราว 2 หมื่นล้านดอลลาร์ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (22 ส.ค.) หลังการเจรจาการค้าระหว่างสองฝ่ายไม่สามารถหาข้อสรุปได้

แคนาดาตอบโต้ด้วยการประกาศเก็บภาษีนำเข้าสินค้าสหรัฐฯ มูลค่าราว 2 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อปีเมื่อวันอังคาร (25 ส.ค.) พร้อมออกมาตรการช่วยเหลือภาคธุรกิจและแรงงาน โดยมาตรการภาษีตอบโต้จะเริ่มมีผลวันที่ 8 ก.ย.

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์และชิ้นส่วนจากแคนาดาในอัตรา 50% ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. ขณะที่รัฐบาลแคนาดาระบุว่า การที่สหรัฐฯ ไม่ยอมขยายมาตรการผ่อนผันภาษีให้แก่รถยนต์เพื่อการพาณิชย์ขนาดกลางและขนาดใหญ่ เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้การเจรจาไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้

ด้านเจมีสัน กรีเออร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีการเปิดช่องทางเจรจากับแคนาดา แต่ยืนยันว่ามีความสัมพันธ์ที่ดีกับโดมินิก เลอบลัง รัฐมนตรีแคนาดาซึ่งรับผิดชอบการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ

กรีเออร์เตือนว่า หากแคนาดาเดินหน้ามาตรการตอบโต้เพิ่มเติม สหรัฐฯ ก็พร้อมตอบโต้เช่นกัน พร้อมย้ำว่า สหรัฐฯ จะเดินหน้านโยบายการค้าตามแนวทางที่เห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อประเทศ

ส่วนปีเตอร์ นาวาร์โร ที่ปรึกษาทำเนียบขาว ประเมินว่า ข้อตกลงที่แคนาดาจะสามารถบรรลุกับสหรัฐฯ ในท้ายที่สุดอาจมีเงื่อนไขที่เข้มงวดกว่าข้อเสนอที่สหรัฐฯ ยื่นให้เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา พร้อมเตือนว่าแคนาดาอาจไม่ได้รับข้อเสนอในระดับเดิมอีก

โดย วรวิชญ์ สิทธิวัง/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์