ภาวะตลาดหุ้นยุโรป: หุ้นยุโรปปิดลบ หุ้นฝรั่งเศสฉุดตลาด กังวลการเมือง-การคลัง

ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบในวันพฤหัสบดี (27 ส.ค.) โดยตลาดหุ้นฝรั่งเศสร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 1 เดือน ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนทางการเมืองและการคลัง ก่อนการดีเบตครั้งแรกของผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีฝรั่งเศส ซึ่งจะมีขึ้นก่อนการเลือกตั้งในปีหน้า

  • ดัชนี STOXX 600 [STOXX.X] ปิดที่ 651.85 จุด ลดลง 4.56 จุด หรือ -0.69%
  • ดัชนี CAC-40 [CAC40.X] ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,319.87 จุด ลดลง 142.52 จุด หรือ -1.68%
  • ดัชนี DAX [DAX.X] ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 26,367.24 จุด เพิ่มขึ้น 81.28 จุด หรือ +0.31%
  • ดัชนี FTSE 100 [FTSE100.X] ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,792.54 จุด ลดลง 85.58 จุด หรือ -0.79%

ดัชนี CAC 40 ของฝรั่งเศสร่วง 1.7% แตะระดับต่ำสุดในรอบ 1 เดือน และเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันดัชนี STOXX 600 ขณะที่หุ้นกลุ่มธนาคารยุโรปร่วง 1.7%

นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับการต่อสู้เรื่องงบประมาณของฝรั่งเศสที่กำลังจะเกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดี เนื่องจากฝรั่งเศสเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการขาดดุลงบประมาณสูงที่สุดในยูโรโซน ขณะเดียวกัน ยังมีข้อสงสัยว่ารัฐบาลจะสามารถควบคุมฐานะการคลังของประเทศได้หรือไม่

การดีเบตครั้งแรกของผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีมีกำหนดจัดขึ้นในช่วงต่อมา โดยผู้สมัครจากฝ่ายซ้ายจัดและฝ่ายขวาจัดที่มีโอกาสชนะการเลือกตั้งอาจผลักดันนโยบายที่มีค่าใช้จ่ายสูง ซึ่งอาจทำให้สถานะการคลังของประเทศย่ำแย่ลง

นักวิเคราะห์รายหนึ่งกล่าวว่า หากการเมืองขยับไปสู่จุดยืนที่มีความสุดโต่งมากขึ้น ก็อาจทำให้เกิดนโยบายประชานิยมเพิ่มขึ้น ซึ่งจะเป็นปัจจัยลบต่อระดับหนี้และอัตราผลตอบแทนพันธบัตร โดยการดีเบตครั้งนี้ทำให้ความกังวลดังกล่าวกลับมาเป็นประเด็นสำคัญ และเป็นเหตุผลที่หุ้นฝรั่งเศสปรับตัวแย่กว่าตลาดยุโรปอื่น ๆ

นอกจากนี้ Fitch ซึ่งเป็นสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ คาดว่าจะทบทวนอันดับความน่าเชื่อถือของฝรั่งเศสในวันศุกร์นี้

หุ้นธนาคารฝรั่งเศสปรับตัวลงอย่างหนัก โดยหุ้น BNP Paribas, Societe Generale และ Credit Agricole ร่วงลงระหว่าง 4-5%

ในเยอรมนี ผลสำรวจระบุว่าความเชื่อมั่นของผู้บริโภคมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นก่อนเข้าสู่เดือนก.ย. โดยความคาดหวังเกี่ยวกับเศรษฐกิจและรายได้ที่ดีขึ้นช่วยชดเชยความระมัดระวังในการใช้จ่ายของภาคครัวเรือนที่ยังคงมีอยู่ ส่งผลให้ดัชนี DAX เพิ่มขึ้น 0.3%

อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคและอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งมีความอ่อนไหวต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ย ลดลง 1.3% และ 0.7% ตามลำดับ หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรในยูโรโซนปรับตัวขึ้นเล็กน้อย ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อจากราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีช่วยจำกัดการปรับตัวลงของตลาด โดยเพิ่มขึ้น 1.8% และเป็นกลุ่มที่ปรับตัวขึ้นมากที่สุด หลัง Nvidia เปิดเผยแนวโน้มธุรกิจที่สดใส

หุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์ปรับตัวขึ้นเช่นกัน หลัง Bank of America Global Research ระบุว่า ยังไม่พบหลักฐานการหยุดชะงักของธุรกิจหรือการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นในไตรมาส 2 โดยหุ้น Nemetschek พุ่งขึ้น 9.9%

สำหรับหุ้นรายตัว หุ้น Pernod Ricard ของฝรั่งเศสร่วงลง 4.6% หลังรายงานยอดขายปี 2569 ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์เล็กน้อย โดยได้รับผลกระทบจากตลาดสหรัฐฯ และจีนที่อ่อนแอ

หุ้น Eiffage บริษัทก่อสร้างของฝรั่งเศส ร่วง 7.4% หลังรายงานผลประกอบการครึ่งปีแรกที่น่าผิดหวัง

บรรดานักลงทุนจับตาการประชุมประจำปีของเฟดที่เมืองแจ็กสัน โฮล ซึ่ง เควิน วอร์ช ประธานเฟดมีกำหนดกล่าวสุนทรพจน์เป็นครั้งแรกในตำแหน่งในวันศุกร์นี้ ซึ่งจะบ่งชี้ถึงแนวโน้มนโยบายการเงินและความเป็นอิสระของเฟด

โดย กัลยาณี ชีวะพานิช