SINO กางแผนครึ่งปีหลังรุกหนัก Air Freight-คลังสินค้า ปรับโครงสร้างรายได้ลุย High Margin ก้าวสู่โลจิสติกส์ครบวงจร

บมจ.ไซโน โลจิสติกส์ คอร์ปอเรชั่น [SINO] มั่นใจผลงานครึ่งปีหลัง 2569 เติบโตโดดเด่น โดยเฉพาะไตรมาส 3/69 รับอานิสงส์ฤดูกาลส่งออก สหรัฐฯ-ยุโรปเร่งสั่งสินค้า ดันรายได้ทั้งปีเข้าเป้า 3,500 ล้านบาท ปริมาณขนส่ง 53,000 ตู้ พร้อมกางแผนระยะยาวปรับโครงสร้างรายได้ เพิ่มน้ำหนักธุรกิจ Air Freight และ Logistics Support ชู High Margin เสริมทัพด้วย WLT สหรัฐฯ

นายนันท์มนัส วิทยศักดิ์พันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SINO เปิดเผยว่า แนวโน้มครึ่งปีหลังคาดเติบโตดีกว่าครึ่งปีแรก แม้ไตรมาส 4/69 อาจชะลอเล็กน้อยในเดือน ธ.ค.เนื่องจากเป็นช่วงเทศกาล แต่ในไตรมาส 3/69 จะเป็นช่วงที่ผลประกอบการโดดเด่นที่สุดของปี จากปัจจัยฤดูกาลที่ผู้นำเข้าในสหรัฐและยุโรปเร่งสั่งสินค้า ประกอบกับปัจจัยความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายพื้นที่ทำให้ค่าระวางเรือยังคงตัวในระดับสูง โดยมั่นใจรายได้แตะระดับ 3,500 ล้านบาทตามเป้าหมาย

บริษัทเริ่มเห็นสัญญาณบวกมาตั้งแต่เดือน พ.ค. 69 หลังผู้ส่งออกเร่งจัดส่งสินค้าท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้า โดยดีมานด์การขนส่งพุ่งสูงขึ้นจนพื้นที่บนเรือ (Space) เริ่มจำกัด แต่ด้วยจุดแข็งของบริษัทที่มีสัญญาโดยตรงกับสายเดินเรือขนาดใหญ่ ทำให้สามารถบริหารจัดการพื้นที่และต้นทุนครอบคลุมช่วงที่เหลือของปี มั่นใจว่าจะบรรลุเป้าหมายปริมาณขนส่งสินค้าทั้งปีที่ 53,000 ตู้คอนเทนเนอร์

ทั้งนี้ บริษัทวางแผนขับเคลื่อนการเติบโตผ่านกลุ่มธุรกิจขนส่งสินค้าทางอากาศ (Air Freight) โดยวางบทบาทให้ บริษัท เอ.เอส. โลจิสติกส์ จำกัด (ASL) เป็นแกนหลักในการขยายธุรกิจ พร้อมขยายฐานลูกค้าและเส้นทางในยุโรปและออสเตรเลีย

ส่วนกลุ่มธุรกิจบริการสนับสนุนงานบริการโลจิสติกส์ (Logistics Support) บริษัทฯ จะเพิ่มการใช้พื้นที่คลังสินค้าให้เต็มศักยภาพ จากปัจจุบันมีคลังสินค้า 9 หลังในย่านแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี พื้นที่รวมกว่า 43,000 ตารางเมตร พร้อมศึกษาการขยายคลังสินค้าในพื้นที่กรุงเทพฯ และสมุทรปราการ นอกจากนี้ มีแผนลงทุนรถหัวลากเพิ่มอีก 10 คัน เป็นจำนวนรวม 30 คัน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการ

ทิศทางธุรกิจในระยะถัดไป บริษัทวางแผนปรับเปลี่ยนโครงสร้างรายได้เพื่อสร้างความยั่งยืน โดยลดสัดส่วนการพึ่งพาการขนส่งทางเรือ (Sea Freight) จากเดิม 93% ให้ลงมาอยู่ที่ 80% หันไปเพิ่มน้ำหนักในธุรกิจที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูง (High Margin) โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้จาก Air Freight และ Logistics Support รวมกันเป็น 15% ภายในสิ้นปี 70 จากประมาณ 12% ณ สิ้นไตรมาส 2/69 ขณะเดียวกัน Sea Freight ยังคงเป็นธุรกิจหลักของบริษัท โดย SINO จะรักษาความแข็งแกร่งในเส้นทางไทย-สหรัฐฯ ควบคู่กับการขยายเส้นทาง Non-USA โดยเฉพาะเอเชียและยุโรป ซึ่งมีศักยภาพการเติบโตที่ดี

ทั้งนี้ สัดส่วนการขนส่งสินค้าในเส้นทาง Non-USA เพิ่มขึ้นเป็น 47% ณ สิ้นไตรมาส 2/69 จาก 36% ณ สิ้นปี 68 สูงกว่าเป้าหมายเดิมที่วางไว้ที่ 45% ภายในสิ้นปี 69 สะท้อนความคืบหน้าของกลยุทธ์กระจายเส้นทางขนส่ง ขณะที่ตลาดสหรัฐฯ ยังคงเป็นตลาดหลักและจุดแข็งสำคัญของบริษัทฯ

นอกจากนี้ บริษัทได้เสริมทีมงานฝ่ายขายของ WLT Logistics Inc. dba World Link Transport Group (World Link) ในสหรัฐฯ เพื่อขยายฐานลูกค้าและเพิ่มโอกาส Cross-selling ระหว่างเครือข่ายไทยและสหรัฐฯ โดยคาดการณ์ว่า World Link จะเริ่มจุดคุ้มทุน ได้ภายในเดือนกันยายนนี้ ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการดึงกำไรกลับมาสู่บริษัทแม่มากขึ้น

“บริษัทมุ่งสู่การเป็น Integrated Logistics Provider โดยเชื่อมโยงบริการ Sea Freight, Air Freight, Road Freight, Warehouse และบริการสนับสนุนโลจิสติกส์เข้าด้วยกัน พร้อมสร้าง Synergy ระหว่างธุรกิจในกลุ่มและเครือข่ายต่างประเทศ เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันและขยายฐานลูกค้าในระยะยาว” นายนันท์มนัส กล่าว

โดย วรินทร ศิรินอก