เหตุธารน้ำแข็งหิมาลัยถล่มซัดเนปาล-จีน ล่าสุดดับเฉียด 800 ศพ สูญหายกว่า 3,000 คน

เหตุโศกนาฏกรรมบริเวณเทือกเขาหิมาลัยหลังธารน้ำแข็งพังถล่มจนเกิดคลื่นดินโคลน หิน และมวลน้ำมหาศาลซัดทะลักข้ามพรมแดนเนปาล-จีน ตั้งแต่วันพุธที่ผ่านมา (26 ส.ค.) ล่าสุดยอดผู้เสียชีวิตรวมพุ่งแตะเกือบ 800 ศพ และมีผู้สูญหายกว่า 3,000 คน โดยในวันอาทิตย์ (30 ส.ค.) หน่วยกู้ภัยทั้งสองประเทศต้องเร่งค้นหาผู้รอดชีวิตแข่งกับเวลา ท่ามกลางอุปสรรคสภาพอากาศเลวร้ายและระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ยอดสูญเสียข้ามพรมแดน “เนปาล-จีน”

ทางการเปิดเผยตัวเลขในวันอาทิตย์ ระบุว่ามหันตภัยดินโคลนถล่มและน้ำท่วมที่เริ่มซัดถล่มหุบเขาและแม่น้ำหลายสายตั้งแต่วันพุธ ได้สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง

  • ฝั่งเนปาล: ยอดผู้เสียชีวิตพุ่งแตะ 781 ราย และมีผู้สูญหาย 2,502 คน
  • ฝั่งจีน (เขตทิเบต): ยืนยันผู้เสียชีวิต 16 ราย ในอำเภอจี๋หลง และสูญหาย 546 คน โดยทางการจีนระบุว่ามีชาวต่างชาติจาก 23 ประเทศสูญหายใกล้ด่านพรมแดนอีก 261 คน
  • ผลกระทบภาพรวม: สภากาชาดประเมินว่ามีประชาชนได้รับผลกระทบมากกว่า 90,000 คน


หวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน เปิดเผยผ่านโทรศัพท์กับรัฐมนตรีต่างประเทศเนปาลเมื่อวันเสาร์ (29 ส.ค.) ว่า เหตุการณ์นี้คือ “ภัยพิบัติข้ามพรมแดนที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายปี” ส่งผลให้ภารกิจกู้ภัยมีความยากลำบากและซับซ้อนอย่างไม่เคยมีมาก่อน

ฝนถล่มซ้ำ เสี่ยงเขื่อนดินถล่มแตก

ตำรวจท้องถิ่นเนปาลสั่งอพยพชาวบ้านและทีมกู้ภัยขึ้นที่สูงทันที หลังฝนที่ตกหนักระลอกใหม่ทำให้แม่น้ำตรีศูลี (Trishuli) หนุนสูงขึ้นในช่วงไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมาจนเสี่ยงเกิดน้ำท่วมซ้ำ ที่ผ่านมาทีมกู้ภัยต้องระงับภารกิจหลายครั้งนับตั้งแต่วันศุกร์ (28 ส.ค.) เนื่องจากสภาพอากาศย่ำแย่ และหวั่นเกรงว่าทะเลสาบธรรมชาติที่เกิดจากดินถล่มปิดกั้นพรมแดนจะเอ่อล้นทะลักเข้าสู่แม่น้ำเลนเด โคลา (Lhende Khola) และแม่น้ำตรีศูลี

แม้สถานีโทรทัศน์ CCTV ของจีนจะรายงานว่าเจ้าหน้าที่ระบายน้ำออกจากทะเลสาบดังกล่าวได้เกือบหมดแล้วเมื่อเย็นวันเสาร์ แต่โดรนตรวจการณ์กลับตรวจพบดินถล่มจุดใหม่ในช่วงดึกวันเสาร์ ห่างออกไปทางท้ายน้ำ 2.8 กิโลเมตร ซึ่งก่อตัวเป็นเขื่อนกั้นน้ำธรรมชาติและแอ่งน้ำใหม่อีกแห่ง

ระดมทหารนับหมื่น เจาะอุโมงค์ช่วย 350 ชีวิต

ในเนปาล เจ้าหน้าที่มุ่งทำภารกิจกู้ภัยไปที่โครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำ 5 แห่งที่จมอยู่ใต้น้ำ โดยเฉพาะโครงการ “อัปเปอร์ตรีศูลี” (Upper Trishuli) ซึ่งทางการได้รับข้อมูลเมื่อวันศุกร์ว่ามีคนงานและประชาชนอาจติดอยู่ภายในอุโมงค์ราว 350 คน

กองทัพเนปาลระดมกำลังพลประมาณ 10,000 นาย ประสานงานร่วมกับทีมผู้เชี่ยวชาญจากจีนและอินเดีย โดยในวันอาทิตย์ได้ส่งเครื่องจักรกลหนักทางอากาศเข้าพื้นที่ทุรกันดาร ล่าสุดทีมกู้ภัยเข้าถึงปากอุโมงค์แห่งหนึ่งและเริ่มเคลียร์เศษหินดินโคลนที่ปิดทางเข้าแล้ว พร้อมเตรียมส่งทีมงานพร้อมถังออกซิเจนและกล้องสำรวจเข้าไปทันทีที่เปิดทางสำเร็จ

โลก บาฮาดูร์ เชตรี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศเนปาล แถลงขอความช่วยเหลือเร่งด่วนจากนานาชาติ ทั้งด้านการกู้ภัยในอุโมงค์ การตรวจดีเอ็นเอ ตู้แช่เย็นเก็บรักษาศพ และทีมนิติวิทยาศาสตร์เพื่อพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล

ศพเริ่มเน่าเปื่อย เนปาลจำใจเปิดป่าฝังศพหมู่

ไม่กี่วันหลังเกิดเหตุ ขณะที่ครอบครัวผู้สูญหายตระเวนตามหาญาติตามโรงพยาบาล ห้องเก็บศพ และศูนย์บรรเทาทุกข์อย่างสิ้นหวัง ทางการเนปาลจำเป็นต้องเริ่มกระบวนการฝังศพหมู่ร่างผู้เสียชีวิตนิรนามหลายร้อยรายที่เริ่มเน่าเปื่อย

เจ้าหน้าที่ในอำเภอจิตวัน (Chitwan) ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุราว 200 กิโลเมตร ได้ขุดหลุมศพหลายร้อยหลุมในป่าบริเวณเทวฆาต (Devghat) เพื่อรองรับร่างที่ถูกกระแสน้ำพัดลอยมาจากเขตรสุวา (Rasuwa) โดยฝังไปแล้ว 96 ศพเมื่อวันเสาร์ และมีแผนฝังเพิ่มอีกกว่า 100 ศพในวันอาทิตย์ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้เก็บตัวอย่าง DNA และทำบันทึกระบุพิกัดหลุมศพอย่างละเอียด เพื่อให้ญาติสามารถมาตรวจพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลได้ในภายหลัง

โลกร้อนต้นเหตุวิกฤต จีนอัดฉีดงบกว่าพันล้านเร่งกู้ภัย

สถานีโทรทัศน์ CCTV รายงานผลการศึกษาของนักวิทยาศาสตร์จีน ระบุว่าภัยพิบัติครั้งนี้เกิดจากความไม่เสถียรของธารน้ำแข็งอันเป็นผลกระทบระยะยาวจากภาวะโลกร้อน ซึ่งถือเป็นรูปแบบภัยพิบัติชนิดใหม่ในส่วนของโลกที่ปกคลุมด้วยน้ำแข็งบนที่ราบสูงทิเบต โดยมวลโคลนถล่มจากฝั่งเนปาลใช้เวลาเพียง 6-7 นาทีก็ซัดทะลักเข้าท่วมด่านพรมแดนจี๋หลงของจีน

ทั้งนี้ ทางการจีนได้ส่งเจ้าหน้าที่กู้ภัยกว่า 2,100 นาย พร้อมจัดสรรงบประมาณช่วยเหลือฉุกเฉินไม่ต่ำกว่า 220 ล้านหยวน ลำเลียงอุปกรณ์และเสบียงทางอากาศไปยังด่านหน้า และให้ทหารใช้เครื่องตรวจจับสัญญาณชีพเร่งค้นหาผู้รอดชีวิตต่อไป

โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์