
สำนักข่าวโพลิติโก (Politico) รายงานในวันอาทิตย์ (30 ส.ค.) ว่า รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังยุติโครงการวิจัย 2 โครงการจากทั้งหมด 3 โครงการของกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ (USDA) ที่ศึกษาเกี่ยวกับ ไซโคลสปอรา (Cyclospora) เชื้อปรสิตปนเปื้อนในอาหารที่ทำให้ชาวอเมริกันล้มป่วยนับหมื่นคนในช่วงฤดูร้อนนี้
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสวนทางกับวิกฤตสาธารณสุขในประเทศ โดยเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่แล้ว ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐฯ (CDC) รายงานยอดผู้ป่วยโรคไซโคลสปอเรียซิส (Cyclosporiasis) ที่ยืนยันแล้วมากกว่า 17,000 ราย ครอบคลุม 48 รัฐ รวมถึงกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. นับเป็นหนึ่งในการระบาดของโรคจากอาหารปนเปื้อนครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ ยุคใหม่ และยังมีผู้ป่วยต้องสงสัยอีกอย่างน้อย 11,844 รายที่อาจต้องได้รับการตรวจวิเคราะห์โรคเพิ่มเติม
รายงานระบุว่า 2 โครงการวิจัยที่ศูนย์วิจัยการเกษตรเบลต์สวิลล์ (Beltsville Agricultural Research Center) นอกกรุงวอชิงตัน ถูกสภาคองเกรสตัดงบประมาณตั้งแต่ช่วงต้นปีนี้ ภายใต้กฎหมายจัดสรรงบประมาณด้านการเกษตรสำหรับปีงบประมาณ 2569
ส่วนโครงการที่ 3 ยังได้รับงบประมาณสนับสนุน แต่ต้องย้ายศูนย์วิจัยจากรัฐแมริแลนด์ไปยังรัฐไอโอวาในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ตามแผนปรับโครงสร้างของกระทรวงเกษตร ทว่าเอกสารภายในและแหล่งข่าวเผยว่า นักวิทยาศาสตร์ทั้งหมดในโครงการนี้ปฏิเสธที่จะย้ายไปยังไอโอวา
อย่างไรก็ตาม โฆษกกระทรวงเกษตรชี้แจงผ่านแถลงการณ์ว่า “ไม่มีงานวิจัยใดที่หยุดชะงัก และการวิจัยจะยังดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง” พร้อมระบุว่าการตัดงบประมาณเป็นอำนาจของสภาคองเกรส โดยขณะนี้สำนักงานวิจัยการเกษตร (ARS) กำลังประสานงานกับหัวหน้าทีมวิจัยเพื่อเปลี่ยนผ่านโครงการอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/ปรียพรรณ มีสุข





