
นางปราณี สุทธศรี ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เผยเศรษฐกิจไทยเดือนกรกฎาคม 69 โดยรวมขยายตัวจากเดือนก่อน ตามแรงส่งจากวัฏจักรเทคโนโลยี และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของโลก ส่งผลให้การส่งออกสินค้าไม่รวมทองคำเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะในหมวดอิเล็กทรอนิกส์ และกิจกรรมในภาคการผลิตเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ดี การส่งออกยังพึ่งพาการนำเข้าในสัดส่วนสูง การลงทุนภาคเอกชนชะลอลงบ้าง หลังเร่งไปมากในช่วงก่อน ด้านการท่องเที่ยว ปรับดีขึ้นจากอุปทานการบินที่ทยอยฟื้นตัว หลังสถานการณ์ในตะวันออกกลางคลี่คลาย ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนปรับดีขึ้นส่วนหนึ่งจากผลของมาตรการรัฐ ประกอบกับมีวันหยุดยาวพิเศษ ส่งผลให้กิจกรรมในภาคบริการปรับดีขึ้นสอดคล้องกัน
ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลงจากเดือนก่อน จากหมวดพลังงานที่ปรับลดลงจากราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศที่ปรับลดลงมาก ตามทิศทางราคาน้ำมันโลก และการลดการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมัน ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน ยังปรับเพิ่มขึ้นบ้างตามการทยอยส่งผ่านต้นทุนในหมวดอาหารสำเร็จรูป และเครื่องประกอบอาหาร ส่วนหมวดที่ไม่ใช่อาหารทรงตัวจากเดือนก่อน
สำหรับในระยะต่อไป เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวแต่ยังไม่ทั่วถึง โดยแรงส่งสำคัญมาจากการส่งออกสินค้าและการลงทุนภาคเอกชน ที่ได้รับผลบวกจากวัฎจักรอิเล็กทรอนิกส์และปัญญาประดิษฐ์ของโลก ขณะที่การบริโภคของครัวเรือน มีแรงสนับสนุนจากมาตรการรัฐ ทิศทางเงินเฟ้อที่ลดลง และแนวโน้มรายได้แรงงานที่ปรับดีขึ้นตามการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว และราคาสินค้าเกษตร
โดยปัจจัยสำคัญในระยะต่อไปที่ควรติดตาม ได้แก่ 1.ความต่อเนื่องของวัฎจักรเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ของโลก 2.พัฒนาการของสงคราม และนโยบายกีดกันการค้าระหว่างประเทศ 3.ผลของมาตรการรัฐต่อการบริโภคและการลงทุน 4.การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว และ 5.พัฒนาการของสถานการณ์เอลนีโญ

*เศรษฐกิจด้านอุปสงค์
– การบริโภคภาคเอกชน เครื่องชี้การบริโภคภาคเอกชนที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน จากการใช้จ่ายในหมวดบริการโดยเฉพาะโรงแรมและร้านอาหาร รวมถึงการขนส่งผู้โดยสาร ที่มีแรงสนับสนุนจากมาตรการรัฐ และการท่องเที่ยวในประเทศที่ปรับดีขึ้นในช่วงวันหยุดยาวพิเศษปลายเดือน นอกจากนี้ การใช้จ่ายในหมวดสินค้าคงทนเพิ่มขึ้น ตามยอดขายรถยนต์นั่งส่วนบุคคลและรถกระบะ แม้ยอดจดทะเบียนรถจักรยานยนต์ลดลง
ส่วนการใช้จ่ายหมวดสินค้าไม่คงทนทรงตัว โดยปริมาณการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้น ขณะที่ยอดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคลดลงหลังเร่งขึ้นในเดือนก่อน สำหรับหมวดสินค้ากึ่งคงทน ลดลงตามปริมาณการนำเข้าสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม ด้านดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับดีขึ้นต่อเนื่องจากมาตรการภาครัฐ และพัฒนาการเชิงบวกของสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
– การลงทุนภาคเอกชน เครื่องชี้การลงทุนภาคเอกชนที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลลดลงเล็กน้อยจากเดือนก่อน จากหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ ตามการนำเข้าสินค้าทุนที่ชะลอลง โดยเฉพาะอุปกรณ์โทรคมนาคม อุปกรณ์ไฟฟ้า และเครื่องจักรที่ใช้ในงานเฉพาะทาง ขณะที่การลงทุนหมวดก่อสร้างทรงตัว โดยการก่อสร้างที่อยู่อาศัยลดลงเล็กน้อย จากการก่อสร้างอพาร์ทเม้นท์และหอพัก
ส่วนการก่อสร้างที่มิใช่ที่อยู่อาศัยทรงตัว โดยการก่อสร้างอาคารพาณิชย์ปรับลดลง ขณะที่การก่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น สำหรับการลงทุนหมวดยานพาหนะ เพิ่มขึ้นตามยอดจดทะเบียนรถยนต์นั่งเป็นหลัก ยอดจดทะเบียนรถยนต์ประเภทอื่น ๆ รวมถึงการนำเข้าเครื่องบินและเรือลดลงจากเดือนก่อน
– จำนวนและรายรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ จำนวนนักท่องเที่ยวที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน โดยเฉพาะกลุ่มตลาดระยะไกล อาทิ ยุโรป และตะวันออกกลาง รวมถึงนักท่องเที่ยวจีน จากอุปทานการบินที่ทยอยฟื้นตัว หลังความขัดแย้งในตะวันออกกลางคลี่คลายลง ประกอบกับอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นในช่วงปิดเทอมภาคฤดูร้อนของหลายประเทศ ขณะที่นักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะใกล้ที่ไม่รวมจีนยังฟื้นตัวช้า
สำหรับรายรับภาคท่องเที่ยวที่ขจัดปัจจัยฤดูกาล เพิ่มขึ้นสอดคล้องกับจำนวนนักท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายต่อทริป
ลดลงจากจำนวนวันพักเฉลี่ยที่สั้นลงเล็กน้อย ส่วนหนึ่งจากผลของสงครามที่ทยอยคลี่คลาย
– การส่งออกสินค้า มูลค่าการส่งออกสินค้าไม่รวมทองคำที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน นำโดยหมวดอิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า จากการส่งออกชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ไปสหรัฐฯ และแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วนไปฮ่องกงและจีน ตามแรงส่งจากวัฏจักรเทคโนโลยี และปัญญาประดิษฐ์ของโลก นอกจากนี้ หมวดสินค้าเกษตร ปรับเพิ่มขึ้นจากการส่งออกทุเรียนไปจีน ขณะที่การส่งออกหมวดยานยนต์ลดลง ตามการส่งออกรถกระบะไปตะวันออกกลาง และอาเซียน
– การนำเข้าสินค้า มูลค่าการนำเข้าสินค้าไม่รวมทองคำที่ขจัดปัจจัยฤดูกาล ลดลงจากเดือนก่อน ตามการนำเข้าเชื้อเพลิงที่ลดลงจากทั้งด้านราคา และปริมาณ นอกจากนี้ การนำเข้าวัตถุดิบและสินค้าขั้นกลางปรับลดลงตามการนำเข้าเคมีภัณฑ์ อย่างไรก็ตาม การนำเข้าชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เพิ่มขึ้นต่อเนื่องสอดคล้องกับทิศทางการส่งออก และการลงทุน
ด้านการนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภค ลดลงจากรถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่นำเข้าจากจีน แต่ยังอยู่ในระดับสูง ขณะที่การนำเข้าสินค้าทุนไม่รวมเครื่องบินทรงตัว โดยการนำเข้าคอมพิวเตอร์จากจีนปรับเพิ่มขึ้น ขณะที่การนำเข้าเครื่องจักร และอุปกรณ์จากสหภาพยุโรป ปรับลดลงจากเดือนก่อน

– การใช้จ่ายภาครัฐ การใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวจากระยะเดียวกันปีก่อนจากทั้งรายจ่ายของรัฐบาลกลาง และรัฐวิสาหกิจ โดยรายจ่ายประจำของรัฐบาลกลางขยายตัวตามการเบิกจ่ายเงินบำนาญ งบบุคลากร และค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา ส่วนรายจ่ายลงทุนของรัฐบาลกลางขยายตัวตามการเบิกจ่ายของหน่วยงานด้านคมนาคมเป็นสำคัญ สำหรับรายจ่ายลงทุนรัฐวิสาหกิจกลับมาขยายตัวตามการเบิกจ่ายลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณูปโภค และคมนาคม
* เศรษฐกิจด้านอุปทาน
– การผลิตภาคอุตสาหกรรม ดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรม (MPI) ที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลแล้วเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน โดยกลุ่มที่ผลิตเพื่อส่งออกมากกว่า 60% เพิ่มขึ้นตามการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยเฉพาะเครื่องปรับอากาศ และการผลิตน้ำตาลที่มีการผลิตเพื่อสะสมสินค้าคงคลังเพิ่มขึ้น สำหรับกลุ่มที่ผลิตเพื่อส่งออก ในสัดส่วน 30-60% เพิ่มขึ้นจากหมวดยานยนต์ โดยเฉพาะรถกระบะ สอดคล้องกับยอดขายในประเทศ ขณะที่กลุ่มที่ผลิตเพื่อส่งออกน้อยกว่า 30% ลดลงจากการผลิตอาหารสัตว์สำเร็จรูป
ทั้งนี้ หากพิจารณาจากเครื่องชี้กิจกรรมการผลิตที่อยู่นอก MPI ด้วย พบว่าปรับดีขึ้นเช่นกัน สะท้อนจากยอดขายของผู้ผลิตในหมวดอิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องจักรที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สอดคล้องกับทิศทางการส่งออกสินค้า
– ภาคบริการ เครื่องชี้ภาคบริการที่ไม่รวมการซื้อขายทองคำ และขจัดปัจจัยฤดูกาลเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนในทุกหมวดหลัก โดยกิจกรรมในภาคการท่องเที่ยวปรับดีขึ้น จากธุรกิจโรงแรมและร้านอาหาร รวมถึงธุรกิจขนส่งผู้โดยสาร สอดคล้องกับจำนวนและรายรับนักท่องเที่ยวต่างชาติและไทยที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ กิจกรรมในภาคการค้าปรับดีขึ้นจากยอดขายรถยนต์และปริมาณการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง สอดคล้องกับการบริโภคภาคเอกชนที่เพิ่มขึ้น
– รายได้เกษตรกร รายได้เกษตรกรขยายตัวจากระยะเดียวกันปีก่อน จากราคาสินค้าเกษตรที่ขยายตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะราคายางพารา ปาล์มน้ำมัน มันสำปะหลัง และข้าวขาว ตามความต้องการสะสมสินค้าคงคลัง ที่เพิ่มขึ้นจากความกังวลต่อสถานการณ์เอลนีโญ ขณะที่ผลผลิตสินค้าเกษตรหดตัวจากผลไม้ โดยเฉพาะมังคุด และลำไย จากผลของฐานสูงในปีก่อนที่ได้รับผลดีจากสภาพอากาศที่เอื้ออำนวย รวมถึงปาล์มน้ำมัน ที่ได้รับผลกระทบจากอากาศร้อนแล้งในช่วงต้นปี 2569
* ภาวะการเงินและเสถียรภาพ
– ภาวะการเงิน การระดมทุนของภาคธุรกิจโดยรวมลดลงจากเดือนก่อน จากการระดมทุนผ่านตราสารหนี้เป็นสำคัญ โดยการระดมทุนผ่านตราสารหนี้ในเดือน ก.ค. 69 ลดลงจากธุรกิจในภาคเทคโนโลยีสารสนเทศ (ICT) การเงิน และเกษตรเป็นหลัก ขณะที่สินเชื่อสุทธิปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยตามการกู้ยืมของธุรกิจในสาขาการผลิตอาหารและเครื่องดื่ม
นอกจากนี้ การระดมทุนผ่านตลาดทุนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ตามการเพิ่มทุนในภาคบริการ โดยเฉพาะก่อสร้าง และค้าปลีก สำหรับต้นทุนการระดมทุนผ่านตราสารหนี้ในเดือน ส.ค. 69 (ข้อมูลถึง 25 ส.ค.69) อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยระยะสั้น ทรงตัว ขณะที่พันธบัตรระยะยาวปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย จากความกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง
– อัตราแลกเปลี่ยน เงินบาทเทียบดอลลาร์สหรัฐในเดือน ก.ค. และ ส.ค.69 เคลื่อนไหวตามปัจจัยภายนอกเป็นสำคัญ โดยในเดือนก.ค. 69 เงินบาทอ่อนค่าจากความกังวลต่อความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ที่กลับมาปะทุอีกครั้ง ขณะที่ในเดือน ส.ค. 69 (ข้อมูลถึง 25 ส.ค. 69) เงินบาทกลับมาเฉลี่ยแข็งค่า ตามการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ หลังการประกาศเพิ่มวงเงินซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาล (Treasury Buyback) ของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกอบกับมุมมองตลาดที่ส่วนใหญ่ยังมองว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมครั้งหน้า หลังตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ออกมาใกล้เคียงคาดและตลาดแรงงานเริ่มชะลอตัว ด้านดัชนีค่าเงินบาท (NEER) เดือน ก.ค. 69 ปรับอ่อนค่าตามราคาน้ำมันโลกที่กลับมาเร่งสูงขึ้น ก่อนกลับมาแข็งค่าในเดือน ส.ค. 69
* เสถียรภาพเศรษฐกิจ
– อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลงจากเดือนก่อนจากหมวดพลังงาน ตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับลดลง ประกอบกับการปรับลดการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมัน ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานปรับเพิ่มขึ้นบ้าง ตามการทยอยส่งผ่านต้นทุนของผู้ประกอบการในหมวดอาหาร โดยเฉพาะอาหารสำเร็จรูป และเครื่องประกอบอาหาร ส่วนราคาสินค้าและบริการในหมวดที่มิใช่อาหารทรงตัว
– ภาวะตลาดแรงงาน การจ้างงานโดยรวมทรงตัว สะท้อนจากจำนวนผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ที่ใกล้เคียงกับเดือนก่อน
อย่างไรก็ดี ตลาดแรงงานยังมีความเปราะบาง สะท้อนจากจำนวนสถานประกอบการที่แจ้งหยุดกิจการชั่วคราวตามมาตรา 75
ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มที่เผชิญการแข่งขันรุนแรง รวมทั้งจำนวนธุรกิจจัดตั้งใหม่สุทธิที่ลดลง จากการเลิกกิจการที่
เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อการจ้างงานในระยะข้างหน้า
– ดุลบัญชีเดินสะพัด ขาดดุลลดลงจากเดือนก่อน จากดุลการค้าที่กลับมาสมดุล ตามมูลค่าการนำเข้าทอง และเชื้อเพลิงที่ลดลง ขณะที่ดุลบริการ รายได้ และเงินโอนขาดดุลเพิ่มขึ้นเล็กน้อยตามฤดูกาลการส่งกลับกำไร และเงินปันผล
*ภาคอสังหาริมทรัพย์ ไตรมาสที่ 2 ปี 2569
ตลาดอสังหาริมทรัพย์โดยรวม ขยายตัวจากระยะเดียวกันในปีก่อนจากด้านอุปสงค์เป็นสำคัญ ขณะที่ด้านอุปทานทรงตัว โดยอุปสงค์ขยายตัวทั้งในกลุ่มที่อยู่อาศัยแนวราบ และอาคารชุด ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการเร่งซื้อ และโอนก่อนสิ้นสุดมาตรการลด
ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมสำหรับที่อยู่อาศัย (ณ ปัจจุบันขยายระยะเวลามาตรการถึง 30 มิ.ย. 2570 ) ประกอบกับ
อุปสงค์อาคารชุด มีผลของฐานต่ำในปีก่อนจากสถานการณ์แผ่นดินไหว
ด้านอุปทานเปิดขายใหม่โดยรวมทรงตัว โดยผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังชะลอการเปิดโครงการใหม่ และเร่งระบายอุปทานคงค้าง สำหรับราคาที่อยู่อาศัยปรับเพิ่มขึ้นในทุกประเภท โดยเฉพาะอาคารชุด ส่วนหนึ่งจากต้นทุนที่สูงขึ้น และผู้ประกอบการเน้นขายโครงการที่มีมูลค่าสูง
โดย กษมาพร กิตติสัมพันธ์/รัชดา คงขุนเทียน




