ตลาดหุ้นยุโรปเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ๆ ขณะเปิดตลาดวันนี้ โดยมีปัจจัยกดดันจากแรงเทขายพันธบัตรทั่วโลกที่รุนแรงขึ้น ประกอบกับสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางที่กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง จนบั่นทอนความต้องการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง
- ดัชนี STOXX 600 [STOXX.X] เปิดตลาดที่ระดับ 651.28 จุด เพิ่มขึ้น 0.18 จุด หรือ +0.03%
- ดัชนี CAC-40 [CAC40.X] ตลาดหุ้นฝรั่งเศสเปิดตลาดที่ระดับ 8,348.35 จุด เพิ่มขึ้น 13.85 จุด หรือ +0.17%
- ดัชนี DAX [DAX.X] ตลาดหุ้นเยอรมนีเปิดตลาดที่ระดับ 26,150.75 จุด ลดลง 107.36 จุด หรือ -0.41%
แม้หุ้นกลุ่มพลังงานจะปรับตัวบวก แต่ถูกบดบังด้วยแรงขายหุ้นกลุ่มอื่น ๆ โดยนักลงทุนกังวลกับต้นทุนการกู้ยืมของรัฐบาลที่พุ่งสูงขึ้น แนวโน้มเงินเฟ้อฝั่งต้นทุน ขณะเดียวกันก็รอดูตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ รวมถึงดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายเดือนส.ค. ของยูโรโซน ซึ่งจะมีการรายงานในวันนี้
นอกจากนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น อายุ 10 ปี ยังพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบหลายปี ส่งผลให้เกิดการปรับราคาเส้นอัตราดอกเบี้ยทั่วโลก ดันให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และยุโรปปรับตัวสูงขึ้นตาม เนื่องจากนักลงทุนเรียกร้องส่วนชดเชยความเสี่ยงจากการถือครองพันธบัตรระยะยาวเพิ่มขึ้น ท่ามกลางความกังวลเรื่องเงินเฟ้อที่ยังยืดเยื้อและการออกพันธบัตรใหม่จำนวนมาก
ทั้งนี้ บอนด์ยีลด์ที่ปรับตัวสูงขึ้นส่งผลกระทบต่อหุ้นกลุ่มที่ไวต่ออัตราดอกเบี้ย ทั้งกลุ่มเทคโนโลยี อสังหาริมทรัพย์ และกลุ่มสาธารณูปโภคที่จ่ายเงินปันผลสูง เนื่องจากอัตราคิดลด (Discount Rate) ที่สูงขึ้น ได้ลดความน่าสนใจของมูลค่าหุ้นลง
โดย กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์/ปนัยดา ปัทมโกวิท





