
ฝรั่งเศสเริ่มบังคับใช้มาตรการเรียกเก็บค่าปรับกับธุรกิจฟาสต์แฟชั่น (Fast Fashion) ในวันนี้ (1 ก.ย.) เพื่อควบคุมการขยายตัวของเสื้อผ้าราคาถูกจากแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ เช่น ชีอิน (Shein) และเทมู (Temu) และรับมือผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการผลิตสินค้าปริมาณมาก
มาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของกฎหมายควบคุมธุรกิจฟาสต์แฟชั่น ซึ่งฝรั่งเศสผ่านความเห็นชอบเมื่อเดือนมิ.ย. โดยกำหนดค่าปรับตั้งแต่ 0.25 ยูโร สำหรับกางเกงชั้นในหรือถุงเท้า ไปจนถึง 12 ยูโรสำหรับเสื้อโค้ต แต่ค่าปรับจะต้องไม่เกิน 50% ของราคาขายสินค้าก่อนหักภาษี
อัตราค่าปรับจะเพิ่มขึ้นอีกตั้งแต่ปี 2573 โดยใช้สูตรคำนวณจากหลายปัจจัย ทั้งจำนวนสินค้าที่บริษัทนำออกจำหน่าย ราคาสินค้า และความสามารถในการซ่อมแซมเพื่อนำกลับมาใช้ต่อ
รายงานข่าวระบุว่า มาตรการนี้เพิ่มแรงกดดันต่อชีอิน หลังสหภาพยุโรป (EU) ก็เริ่มจัดเก็บค่าธรรมเนียมสำหรับสินค้านำเข้าอีคอมเมิร์ซมูลค่าต่ำ เพื่อสกัดกั้นสิ่งที่ EU เรียกว่า “การแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม” จากจีน โดยยุโรปมีสัดส่วนรายได้คิดเป็นเกือบหนึ่งในสามของรายได้รวมชีอินในปี 2568
ข้อมูลในหนังสือชี้ชวนการลงทุนของชีอิน ระบุว่า ณ สิ้นเดือนมี.ค. บริษัทมีสินค้าให้เลือกมากกว่า 2 ล้านรายการ และเพิ่มสินค้าแฟชั่นใหม่เฉลี่ยวันละ 4,700 รูปแบบ สะท้อนขนาดของธุรกิจที่เน้นการผลิตสินค้าใหม่จำนวนมากและหมุนเวียนสินค้าอย่างรวดเร็ว
ด้านผู้ค้าปลีกแฟชั่นรายใหญ่ของยุโรปอย่างซาร่า (Zara) และเอชแอนด์เอ็ม (H&M) ซึ่งมีจำนวนสินค้าให้เลือกบนเว็บไซต์น้อยกว่า คาดว่าจะไม่ได้รับผลกระทบจากมาตรการดังกล่าว
ด้านกระทรวงพาณิชย์จีนวิจารณ์กฎหมายของฝรั่งเศสว่าเป็นมาตรการเลือกปฏิบัติและเป็นอุปสรรคทางการค้า รวมถึงอาจขัดกับหลักเกณฑ์ขององค์การการค้าโลก (WTO)
ทั้งนี้ เงินค่าปรับจะถูกนำไปใช้สนับสนุนการจัดเก็บ คัดแยก และรีไซเคิลเสื้อผ้าที่ถูกทิ้ง โดยผู้ที่ต้องรับผิดชอบค่าปรับคือผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าสินค้าฟาสต์แฟชั่นที่เข้าเกณฑ์ของกฎหมาย
โดย วรวิชญ์ สิทธิวัง/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์





