นายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด กล่าวในหัวข้อ “Business Building the Future: Winning in Turbulence” ในงาน The Bangkok Business Summit 2026 ว่า กุญแจสำคัญในการทำให้เศรษฐกิจของไทยเติบโตสูงขึ้น คือ การยกระดับภาคเกษตรกรรมผ่านเทคโนโลยี โดยเฉพาะผลไม้เศรษฐกิจ เช่น ทุเรียน ที่สร้างมูลค่าส่งออกกว่า 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ/ปี หากนำเทคโนโลยี AI และระบบชลประทานที่แม่นยำมาใช้ในพื้นที่ปลูก 120 ล้านไร่ จะเพิ่มผลผลิตได้ถึง 3-5 เท่า ซึ่งจะผลักดันให้ GDP ไทยเติบโตได้ทันที 3%
โดยเสนอให้รัฐและเอกชนร่วมปั้น “AI Ecosystem” 5 ระดับ ตั้งแต่พลังงานสะอาด ไปจนถึงการประยุกต์ใช้ AI พร้อมเสนอจัดตั้ง Seed Fund มูลค่า 5,0000-40,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนนักศึกษา 2 ล้านคน และสร้างผู้ประกอบการเทคโนโลยีรุ่นใหม่ ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล
นายฮาราลด์ ลิงค์ ประธานกรรมการ บมจ.บี.กริม เพาเวอร์ [BGRIM] กล่าวว่า ภาพการแข่งขันของประเทศไทยยังคงเน้นที่ด้านการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรม แต่ปัจจุบันปัญหาอาจมองว่าเป็นเรื่องของราคาต้นทุนพลังงาน แต่มองปัญหาหลักๆ โดยเฉพาะปัญหาค่าไฟฟ้าสูงในปัจจุบัน มาจากต้นทุนก๊าซธรรมชาติเป็นสาเหตุหลัก
ทางออกของประเทศไทยนั้นต้องเร่งการสร้างพันธมิตรทางยุทธศาสตร์กับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เมียนมาและกัมพูชา เพื่อจัดหาก๊าซธรรมชาติในราคาที่เหมาะสม และทำให้มีความสามารถในการต่อรอง ทำให้สามารถควบคุมต้นทุนราคาพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
พร้อมกันนั้นยังแนะนำให้ภาคธุรกิจมีทัศนคติที่ยืดหยุ่นในการทำงาน (Flexibility) และไม่หยุดที่จะเรียนรู้ มีความอยากลองและเปิดรับสิ่งใหม่ๆ (Curiosity) โดยเชื่อว่าหากภาครัฐสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำงาน จะทำให้บุคคลากรในประเทศไทยสามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมที่สู้ระดับโลกได้อย่างแน่นอน
ขณะที่นายอาลก โลเฮีย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บมจ.อินโดรามา เวนเจอร์ส [IVL] กล่าวว่า อุตสาหกรรมปิโตรเคมีโลกในปัจจุบันกำลังเผชิญวิกฤตกำลังการผลิตล้นตลาด (Overcapacity) ซึ่งเป็นภาวะที่ไม่ปกติ โดยวิธีการรับมือของ IVL คือ การสร้างพันธมิตรและการควบรวมเพื่อ Synergy ลดต้นทุนและรักษาอัตรากำไร
สิ่งที่ผู้นำธุรกิจต้องมีในภาวะมรสุม คือ ความพากเพียรและความเชื่อมั่นในนโยบายของตนเอง พร้อมสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยใช้จุดแข็งของการเป็นศูนย์กลางอาเซียน ขยายธุรกิจไปยังตลาดต่างประเทศที่มีศักยภาพ โดยใช้ทัศนคติที่ว่า Can-do เป็นตัวขับเคลื่อนองค์กร
ด้านนางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย [KBANK] กล่าวว่า บทบาทของธนาคารในยุคนี้ต้องไม่ใช่แค่ผู้ให้กู้ แต่ต้องเป็นผู้สนับสนุนการเปลี่ยนผ่าน (Transition Partner) โดยธนาคารกสิกรไทยก็พร้อมอัดฉีดงบประมาณให้แก่ 7 อุตสาหกรรมเป้าหมายที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ Reinvent Thailand และกลยุทธ์ของ BOI
สำหรับกลุ่มภาคธุรกิจเอสเอ็มอี ธนาคารเน้นการสนับสนุนให้ลูกค้า Transformation ทั้งในด้านการเพิ่มผลิตภาพ การเข้าถึงตลาดโลก และการปรับตัวเข้าสู่ Sustainable Finance ซึ่งจะเป็นปัจจัยหลักในการสร้างความสามารถในการแข่งขันระยะยาว มากกว่าการเน้นแค่ปริมาณธุรกรรมเพียงอย่างเดียว
โดย จีรายุทธ จันทรงสกุล





