คณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์นัดแรก สั่งเบรกและชะลอการอนุมัติ-จ่ายไฟโครงการ Data Center ที่ยังไม่เริ่มก่อสร้างทั้งหมด พร้อมขีดเส้น 1 เดือนคลอดมาตรการขั้นต่ำ (Minimum Requirement) รื้อนิยามเข้าหมวด “อุตสาหกรรม” ปรับอัตราค่าน้ำ-ค่าไฟเฉพาะสะท้อนต้นทุนจริง ป้องกันผลกระทบต่อค่าไฟครัวเรือน พร้อมบังคับมาตรฐานย้อนหลังทุกโครงการ ด้าน มท.-กทม. รับลูกชะลอดีล ขณะที่กระทรวงพลังงานจ่อบังคับใช้ไฟสะอาดไม่ต่ำกว่า 60%

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ นัดแรก พิจารณาเรื่องการบูรณาการข้อมูลโครงการ”ดาต้าเซ็นเตอร์”ให้เป็นข้อมูลชุดเดียวกันอย่างเร็วที่สุด พร้อมเร่งจัดระเบียบ และวางกติการร่วมกันในการกำกับดูแลดาต้าเซ็นเตอร์
เบื้องต้น ได้มีการออกแบบโมเดล “ดาต้า เซ็นเตอร์” ที่ประเทศไทยต้องการ โดยกำหนดให้ดาต้าเซ็นเตอร์ที่มีการใช้ไฟฟ้าเกินกว่า 2 เมกะวัตต์ จะถือเป็นกิจการประเภทอุตสาหกรรม และกำหนดอัตราค่าใช้ประโยชน์ทรัพยากรต่าง ๆ ให้สะท้อนต้นทุน ทั้งทางตรง และทางอ้อม รวมถึงสนับสนุนการใช้พลังงานสีเขียวในดาต้าเซ็นเตอร์ และกรีน ดาต้า เซ็นเตอร์
พร้มอตั้งคณะอนุกรรมการเฉพาะด้าน 4 ชุด เพื่อพิจารณาจัดทำมาตรฐานทางเทคนิค และกรอบแนวทางปฏิบัติทั้ง 4 มิติ ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจ, ด้านโครงสร้างพื้นฐาน, ด้านพื้นที่และอาคาร และด้านสิ่งแวดล้อม

“เอกนิติ” ขีดเส้น 1 เดือนจัดระเบียบดาต้าเซ็นเตอร์ ตั้งมาตรฐานกลาง คุมไฟฟ้า น้ำ ผังเมือง สิ่งแวดล้อม เปิดรับลงทุนพร้อมดูแลประชาชน
นายเอกนิติ กล่าวว่า รัฐบาลกำหนดกรอบภายใน 1 เดือน ต้องมีนโยบายและมาตรฐานขั้นต่ำในการกำกับดูแลดาต้าเซ็นเตอร์ทั้งระบบให้ชัดเจน โดยนายกรัฐมนตรี มอบนโยบายให้คณะกรรมการฯ จัดระเบียบดาต้าเซ็นเตอร์ ไม่ใช่เพื่อปิดกั้นการลงทุน แต่เพื่อเปลี่ยนจากระบบต่างหน่วยต่างอนุมัติ ไปสู่ยุทธศาสตร์ระดับประเทศ ให้การลงทุนเดินหน้าได้โดยไม่กระทบประชาชน
“ดาต้าเซ็นเตอร์” เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และธุรกิจเทคโนโลยีใหม่ แต่ที่ผ่านมาไทยยังไม่มียุทธศาสตร์กลาง หลายโครงการขออนุญาต ขอใช้ไฟ ขอใช้น้ำ หรือขอส่งเสริมการลงทุนกับหลายหน่วยงาน ทำให้ข้อมูลกระจัดกระจาย ไม่เห็นภาพรวมเดียวกัน ดังนั้น ที่ประชุมจึงสั่งให้รวบรวมข้อมูลทั้งหมดภายใน 1 สัปดาห์ ทั้งโครงการที่เปิดให้บริการแล้ว อยู่ระหว่างก่อสร้าง และรอพิจารณา เพื่อทำ Dashboard กลางให้หน่วยงานรัฐเห็นสถานะเดียวกัน ทั้งข้อมูลดาต้าเซ็นเตอร์ โครงข่ายไฟฟ้า ผังเมือง แหล่งน้ำ และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
“คณะกรรมการฯ จะตั้งคณะทำงาน 4 ด้าน ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจและความคุ้มค่าประเทศ ด้านโครงสร้างพื้นฐานน้ำ ไฟ และดิจิทัล ด้านพื้นที่ อาคาร และผังเมือง และด้านสิ่งแวดล้อม โดยทุกชุดต้องเสนอทั้งมาตรฐานขั้นต่ำและกรอบนโยบายภายในสัปดาห์หน้า ก่อนสรุปนโยบายทั้งระบบภายใน 1 เดือน” นายเอกนิติ กล่าว
หลักการสำคัญคือการกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำ (Minimum Requirement) เพื่อดูแลประชาชนไม่ให้ได้รับผลกระทบ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ผังเมือง อาคาร ความปลอดภัย น้ำ ไฟ และความมั่นคงของระบบดิจิทัล
“มาตรฐานนี้จะนำไปใช้กับทุกโครงการ ทั้งที่ดำเนินการแล้ว กำลังก่อสร้าง และโครงการใหม่ในอนาคต โดยไม่ใช่ว่าโครงการที่ได้รับอนุญาตไปแล้วจะไม่ต้องทำตามมาตรฐานใหม่ เพราะมาตรฐานดังกล่าวเป็นเรื่องความปลอดภัยของประชาชน โครงการที่ดำเนินการแล้วอาจต้องมีช่วงเวลาปรับตัว ส่วนโครงการที่ยังไม่เริ่มต้องรอมาตรการใหม่ให้ชัดเจนก่อน”นายเอกนิติ กล่าว

ทั้งนี้ นายเอกนิติ ระบุว่า หลังจากผ่านมาตรฐานขั้นต่ำแล้ว โครงการใหม่จะต้องแข่งขันกันเสนอประโยชน์สูงสุดให้ประเทศไทย ไม่ใช่ดูเพียงขนาดเงินลงทุน แต่ต้องตอบได้ว่าจะช่วยสร้างรายได้ให้คนไทย เชื่อมยุทธศาสตร์ AI ใช้ดิจิทัลคอนเทนต์ไทย สนับสนุนเอสเอ็มอี ผู้ประกอบการไทย และเป้าหมาย Net Zero อย่างไร
“ประชาชนไม่ต้องกังวล รัฐบาลไม่ได้หยุดการลงทุน แต่จะทำให้การลงทุนมีมาตรฐานขั้นต่ำ ไม่กระทบประชาชน และทำให้ประเทศไทยได้ประโยชน์สูงสุด สิ่งที่เคยกระจัดกระจายจะถูกบูรณาการให้เห็นภาพเดียวกันภายใน 1 เดือน” นายเอกนิติ กล่าว

*มท.-กทม. สั่งชะลอโครงการ Data Center ที่ยังไม่ก่อสร้าง ทบทวนภายใน 1 เดือน รอคลี่คลายมาตรการใหม่ สั่งคุมเข้มผังเมือง ย้ำไม่กระทบไฟ-ประปา ประชาชน
นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย กล่าวว่า ประชาชนสามารถมั่นใจว่า บริการไฟฟ้า น้ำประปา และผังเมืองในภาพรวมจะไม่ได้รับผลกระทบใดๆ โดยกระทรวงมหาดไทย การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การไฟฟ้านครหลวง การประปาส่วนภูมิภาค และการประปานครหลวง เตรียมพร้อมสั่งชะลอการจ่ายระบบให้กับดาต้าเซ็นเตอร์ที่ยังไม่ได้เริ่มก่อสร้าง แม้ว่าบางแห่งจะทำข้อตกลงล่วงหน้าไว้แล้วก็ตาม เพื่อรอข้อสรุปมาตรการใหม่จากคณะกรรมการฯ ชุดนี้ ซึ่งจะเน้นกำกับดูแล 3 ด้านหลัก ได้แก่ ผังเมือง การให้บริการไฟฟ้า และน้ำประปา
ขณะที่ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ระบุว่า วันนี้มีความชัดเจนมากขึ้นในการกำหนดนิยามให้ดาต้าเซ็นเตอร์เข้าสู่หมวดอุตสาหกรรมอย่างชัดเจน ถือเป็นสัญญาณที่ดีในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยให้แก่ประชาชนใน 5 ด้านได้แก่ การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม การจัดวางผังเมืองเพื่อระบุพิกัดที่เหมาะสม การบังคับใช้กฎหมายควบคุมอาคารเรื่องระยะเว้นระยะร่น ความพร้อมในการดูแลความปลอดภัยของน้ำมันเชื้อเพลิงสำรองอย่างเข้มงวดโดยกระทรวงพลังงาน ตลอดจนความพร้อมของระบบสาธารณูปโภคอย่างน้ำและไฟฟ้า
สำหรับสถานะของโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ในพื้นที่ กทม. นายชัชชาติ กล่าวว่า ปัจจุบันมีการขออนุญาตทั้งหมด 6 โครงการ ขนาดตั้งแต่ 9-23 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นโครงการที่ได้รับอนุมัติและเปิดดำเนินการไปแล้ว 3 โครงการตั้งแต่ช่วงปี 65-67 ซึ่ง กทม. จะจัดส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สุ่มตรวจอย่างเข้มข้น เพื่อประเมินว่ามีผลกระทบ หรือสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้แก่ชุมชนรอบข้างหรือไม่ เพื่อนำมาใช้เป็นบทเรียนเชิงข้อมูลต่อไป
ส่วนอีก 3 โครงการที่เหลือ ซึ่งยังไม่อนุมัติในขั้นตอนสุดท้าย นายชัชชาติ ยืนยันว่า จะถูกสั่งชะลอไว้ก่อน เพื่อทบทวนรายละเอียดร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียดรอบคอบ โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปเชิงนโยบายที่ชัดเจนจากคณะกรรมการภายใน 1 เดือน

*สศช.จ่อแยก”ดาต้าเซ็นเตอร์”หมวดธุรกิจเฉพาะ ปรับอัตราค่าน้ำ-ไฟสะท้อนต้นทุนจริง
นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการ สศช. เปิดเผยว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้กำหนดนโยบายและหลักเกณฑ์ครอบคลุม Data Center ทุกประเภท ทั้งรูปแบบที่ให้บริการแก่บุคคลภายนอก และรูปแบบที่สร้างขึ้นเพื่อใช้เองภายในองค์กร โดยเตรียมกำหนด “เส้นแบ่งขนาด” ที่ชัดเจน เพื่อจัดประเภทเป็นอุตสาหกรรมเฉพาะ และกำหนดหมวดธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ขึ้นมาโดยเฉพาะ เพราะที่ผ่่านมาที่เคยใช้วิธีขออนุญาตปะปนกับหมวดคลังสินค้าหรืออาคารประเภทอื่น จนทำให้ขาดข้อมูลที่ถูกต้อง
ทั้งนี้ นายดนุชา กล่าวว่า จะมีการตั้งกลไกในการกลั่นกรองและอนุมัติการจัดตั้งดาต้าเซ็นเตอร์แบบบูรณาการ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการกว้านซื้อไฟหรือน้ำจากหน่วยงานต่าง ๆ โดยไม่มีการประเมินผลกระทบเชิงโครงสร้าง พร้อมทั้งเตรียมปรับอัตราค่าบริการน้ำและไฟฟ้าให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ทั้งทางตรงและทางอ้อม
โดยได้มอบหมายให้คณะอนุกรรการใน 4 ด้านไปดูในรายละเอียด ซึ่งแต่ละด้านประกอบด้วย
1.ด้านเศรษฐกิจ พิจารณาความคุ้มค่าและผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่ประเทศจะได้รับจากการตั้งดาต้าเซ็นเตอร์
2.ด้านโครงสร้างพื้นฐาน กำหนดเกณฑ์การใช้น้ำ ไฟฟ้า ระบบดิจิทัล และสัดส่วนการบังคับใช้พลังงานหมุนเวียน
3.ด้านพื้นที่และอาคาร กำหนดทำเลที่ตั้ง รูปแบบอาคาร ความปลอดภัยทางกายภาพ และระบบไฟฟ้าสำรอง
4.ด้านสิ่งแวดล้อม กำหนดแนวปฏิบัติที่ดี เพื่อควบคุมผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม แทนการใช้รายงาน EIA แบบทั่วไป
นายดนุชา กล่าวว่า ปัจจุบันมีดาต้าเซ็นเตอร์เปิดให้บริการแล้ว 35 โครงการ เกือบทั้งหมดอยู่ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม ในจำนวนนี้ผ่านการส่งเสริมของบีโอไอเพียง 11 โครงการ ส่วนที่อยู่ระหว่างก่อสร้างมี 49 โครงการ และมีผู้สนใจหรือรอพิจารณาอีกประมาณ 117 โครงการ

*กระทรวงพลังงานเปิด 4 เกณฑ์คุมไฟ แยกอัตราเฉพาะ ไม่กระทบประชาชน หนุนเป้า Net Zero
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน กล่าวว่า กระทรวงพลังงานเดินหน้าวางหลักเกณฑ์การจ่ายไฟฟ้าสำหรับกลุ่มธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ โดยแบ่งออกเป็นเกณฑ์ขั้นต่ำและเกณฑ์เชิงนโยบาย ครอบคลุม 4 มิติสำคัญ ประกอบด้วย
1.กำหนดอัตราค่าไฟฟ้าเฉพาะกลุ่ม ซึ่งคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) มีมติเมื่อวันที่ 15 ก.ค. แยกประเภทผู้ใช้ไฟฟ้ากลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์ออกมาเป็นการเฉพาะ โดยอัตราค่าไฟฟ้าต้องสะท้อนต้นทุนจริง รวมถึงภาระการนำเข้าก๊าซธรรมชาติ เพื่อไม่ให้ภาระต้นทุนส่วนนี้กระทบต่อราคาค่าไฟฟ้าของภาคครัวเรือนและผู้ใช้ไฟทั่วไป พร้อมกำหนดหลักเกณฑ์การขอจองไฟและการวางเงินมัดจำล่วงหน้า เพื่อนำเงินไปลงทุนพัฒนาปรับปรุงโครงข่ายไฟฟ้าและพลังงานทดแทน
2.เกณฑ์การใช้พลังงานสะอาด กำหนดให้ใช้พลังงานสะอาดในสัดส่วนที่ไม่เป็นตัวถ่วงของประเทศในการมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero โดยสัดส่วนการใช้ไฟสะอาดต้องสอดคล้องและไม่ช้าไปกว่าแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP) ซึ่งในแผนใหม่กำหนดเป้าหมายสัดส่วนพลังงานสะอาดไว้ไม่ต่ำกว่า 60%
3.มาตรฐานระบบไฟฟ้าสำรอง การสำรองข้อมูลและการสำรองไฟฟ้าไม่ว่าจะใช้ระบบแบตเตอรี่หรือเครื่องกำเนิดไฟฟ้าด้วยน้ำมัน ต้องมีมาตรฐานความปลอดภัยขั้นสูง ทั้งในด้านความมั่นคงของระบบ สิ่งแวดล้อม ตลอดจนความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
4.ความมั่นคงและเสถียรภาพของระบบโครงข่าย เนื่องด้วยดาต้าเซ็นเตอร์มีปริมาณการใช้ไฟฟ้าสูงมาก จึงต้องมีเงื่อนไขและหลักเกณฑ์การเชื่อมต่อเข้าระบบที่เข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้ความผันผวนจากการใช้ไฟ ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของระบบโครงข่ายไฟฟ้า รวมถึง ไม่กระทบต่อผู้ใช้ไฟภาคครัวเรือนและภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่ใกล้เคียง
*DE เดินหน้าจัดระเบียบเปิดตัว Dashboard รวมศูนย์ ดึงทุกข้อมูลติดตาม Real-time
นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการจัดระเบียบการทำงานของหน่วยงานภาครัฐร่วมกันเป็นหลัก เพื่อให้การดำเนินงานสอดคล้องกัน หลังจากที่ผ่านมาข้อมูลและการทำงานกระจายอยู่ตามกระทรวงต่างๆ โดยได้รับความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน อาทิ กทม. กระทรวงพลังงาน กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ในการส่งมอบข้อมูลที่จำเป็น
นายไชยชนก กล่าวว่า จากข้อมูลที่ได้นำมาจัดทำ Dashboard รวมศูนย์แบบ Live ซึ่งรวบรวมข้อมูลสำคัญทุกมิติไว้ในจุดเดียว ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ทั้งหมด / ข้อมูลโครงข่ายสายไฟฟ้า / ข้อมูลผังเมือง และข้อมูลกฎระเบียบ ข้อบังคับ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
นายไชยชนก ระบุเพิ่มเติมว่า การรวบรวมข้อมูลเข้าสู่ Dashboard เดียวนี้ จะช่วยให้ทุกหน่วยงานสามารถเข้าถึงข้อมูล เข้าใจภาพรวม และติดตามสถานะของ Data Center ได้แบบ Real-time ตั้งแต่กลุ่มโครงการที่กำลังจะสร้าง อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ไปจนถึงโครงการที่เปิดดำเนินกิจการแล้ว ซึ่งจะกลายเป็นฐานข้อมูลสำคัญในการประสานงานภาครัฐให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นในอนาคต
โดย ฐานิสร์ ทองนอก/กษมาพร กิตติสัมพันธ์





