
ราคาบิตคอยน์ปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในวันนี้ (4 ก.ย.) เนื่องจากตลาดคลายความกังวลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเร็ว ๆ นี้ ขณะที่มุมมองเชิงบวกจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ เกี่ยวกับการกำกับดูแลตลาดคริปโทเคอร์เรนซี ยังช่วยหนุนความเชื่อมั่นของนักลงทุน
ณ เวลา 13.22 น.ตามเวลาประเทศไทย บิตคอยน์ [BTC.X] พุ่งขึ้น 4.2% สู่ระดับ 80,943.6 ดอลลาร์สหรัฐ หลังจากในการซื้อขายก่อนหน้านี้ราคาพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 4 เดือนที่เหนือ 82,000 ดอลลาร์สหรัฐ
ขณะที่อีเธอเรียม (Ethereum) [ETH.X] ซึ่งเป็นคริปโทเคอร์เรนซีที่มีมูลค่าตลาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ปรับตัวขึ้น 4% สู่ระดับ 2,509.53 ดอลลาร์สหรัฐ และเพิ่มขึ้น 2.1% แล้วในสัปดาห์นี้
บิตคอยน์มีแนวโน้มปรับตัวขึ้น 3.5% ในสัปดาห์นี้ ซึ่งจะเป็นการเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 3 ขณะที่ราคาคริปโทเคอร์เรนซีโดยรวมปรับตัวขึ้นในวันนี้และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 3 ติดต่อกันเช่นกัน
ปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนบิตคอยน์ในช่วง 2 วันที่ผ่านมา คือการลดลงอย่างมากของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ หลังคริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ ผู้ว่าการเฟด แสดงความเห็นที่ช่วยคลายความกังวลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเร็ว ๆ นี้
วอลเลอร์กล่าวว่า เขามีแนวโน้มสนับสนุนการคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเฟดช่วงปลายเดือนนี้ โดยเฉพาะหากข้อมูลเงินเฟ้อที่จะเปิดเผยในเร็ว ๆ นี้บ่งชี้ว่าแรงกดดันด้านราคาชะลอตัวลง
ความเห็นดังกล่าวทำให้ตลาดลดการคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 15-16 ก.ย.นี้ โดยข้อมูลจากเครื่องมือ FedWatch ของ CME ระบุว่า ตลาดให้น้ำหนักโอกาสการปรับขึ้นดอกเบี้ยอยู่ที่ 50.4% ลดลงจากระดับมากกว่า 60% ในช่วงต้นสัปดาห์
แนวโน้มการคงอัตราดอกเบี้ยถือเป็นปัจจัยบวกต่อบิตคอยน์ เนื่องจากลักษณะการลงทุนที่มีความเก็งกำไรสูงทำให้ราคาบิตคอยน์อ่อนไหวอย่างมากต่อการเปลี่ยนแปลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตร โดยการปรับตัวขึ้นของบิตคอยน์ในช่วงปลายเดือนส.ค. ถูกสกัดจากการพุ่งขึ้นชั่วคราวของอัตราผลตอบแทนพันธบัตร
นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากการที่ไม่มีปฏิบัติการทางทหารครั้งใหม่ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ซึ่งช่วยคลายความกังวลของนักลงทุนลงบางส่วน
ด้านหุ้นที่เกี่ยวข้องกับคริปโทเคอร์เรนซีปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในการซื้อขายเมื่อวานนี้ โดย Strategy ซึ่งเป็นบริษัทที่ถือครองบิตคอยน์รายใหญ่ที่สุดในภาคธุรกิจ พุ่งขึ้นเกือบ 18%
บิตคอยน์ยังได้แรงหนุนจากความเห็นของพอล แอตกินส์ ประธานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) ซึ่งคาดว่าวุฒิสภาสหรัฐฯ จะลงมติร่างกฎหมาย Clarity Act ที่ตลาดจับตาอย่างใกล้ชิดในวันที่ 15 ก.ย.นี้
แอตกินส์เรียกร้องให้ฝ่ายนิติบัญญัติผ่านร่างกฎหมายดังกล่าวและส่งต่อให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ลงนามอนุมัติภายในสิ้นเดือนก.ย. นอกจากนี้ เขายังระบุว่า SEC กำลังจัดทำกฎหมายเกี่ยวกับคริปโทเคอร์เรนซีของตนเอง ซึ่งสามารถใช้ควบคู่กับ Clarity Act ได้ ขณะที่ร่างกฎหมายดังกล่าวยังคงเผชิญกับความล่าช้าในสภาคองเกรส
ตลาดคริปโทเคอร์เรนซีจับตา Clarity Act อย่างใกล้ชิด เนื่องจากมองว่าเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความน่าเชื่อถือด้านกฎระเบียบของอุตสาหกรรมคริปโทเคอร์เรนซี อย่างไรก็ตาม ร่างกฎหมายดังกล่าวล่าช้ามาเป็นเวลานาน เนื่องจากยังมีความเห็นต่างเกี่ยวกับการจ่ายผลตอบแทนจากเหรียญ Stablecoin รวมถึงถ้อยคำในร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจำกัดการซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีของผู้กำหนดนโยบาย
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช/ปนัยดา ปัทมโกวิท





