บลจ.ทิสโก้เพิ่มทางเลือกสร้างผลตอบแทนจากตลาดหุ้นไทย เปิดเสนอขายชนิดหน่วยลงทุนใหม่ 2 กองทุน ได้แก่ กองทุนเปิด ทิสโก้ ไฮ ดิวิเดนด์ หุ้นทุน ชนิดหน่วยลงทุนปันผล (TISCOHD-D) สำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการรับผลตอบแทนในรูปเงินปันผล และกองทุนเปิด ทิสโก้ ดิวิเดนด์ ซีเล็ค อิควิตี้ ชนิดหน่วยลงทุนสะสมผลตอบแทน (TISCODS-A) สำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการรับผลตอบแทนผ่านการเพิ่มขึ้นของมูลค่าหน่วยลงทุน

นายสาห์รัช ชัฏสุวรรณ กรรมการผู้จัดการ บลจ.ทิสโก้ เปิดเผยว่า บลจ.ทิสโก้ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ให้แก้ไขเพิ่มเติมโครงการจัดการกองทุนรวม เพื่อเพิ่มชนิดหน่วยลงทุนในกองทุนหุ้นไทยจำนวน 2 กองทุน โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2569 เป็นต้นไป
กองทุนแรก คือ กองทุนเปิด ทิสโก้ ไฮ ดิวิเดนด์ หุ้นทุน (TISCOHD) ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ลงทุนในหุ้นสามัญของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์โดยจะพิจารณาเลือกลงทุนในหุ้นที่อยู่ในดัชนี SET High Dividend 30 Total Return Index กองทุนได้เพิ่ม ชนิดหน่วยลงทุนปันผล (TISCOHD-D) สำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการรับผลตอบแทนในรูปเงินปันผล ควบคู่กับชนิดหน่วยลงทุนเดิมของกองทุน
กองทุน TISCOHD-D มีหลักเกณฑ์การจ่ายเงินปันผลอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยจะพิจารณาจ่ายจากกำไรสะสมหรือกำไรสุทธิของงวดบัญชีที่จะจ่ายเงินปันผล และการจ่ายเงินปันผลต้องไม่ทำให้กองทุนมีผลขาดทุนสะสมเพิ่มขึ้นในงวดบัญชีนั้น ทั้งนี้ อัตราการจ่ายเงินปันผลขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัทจัดการ และบริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะไม่จ่ายเงินปันผล หากเงินปันผลที่คำนวณได้มีมูลค่าต่ำกว่า 0.20 บาทต่อหน่วยลงทุน โดย TISCOHD-D จะเปิดเสนอขายตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2569 เป็นต้นไป
กองทุนที่สอง คือ กองทุนเปิด ทิสโก้ ดิวิเดนด์ ซีเล็ค อิควิตี้ (TISCODS) ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ลงทุนในหุ้นที่มีการจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ มีแนวโน้มการจ่ายเงินปันผลที่ดีรวมถึงมีปัจจัยพื้นฐานดี มีความมั่นคง มีแนวโน้มการเจริญเติบโตทางธุรกิจ ที่จดทะเบียนใน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ โดยกองทุนได้เพิ่ม ชนิดหน่วยลงทุนสะสมผลตอบแทน (TISCODS-A) สำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการรับผลตอบแทนผ่านการเพิ่มขึ้นของมูลค่าหน่วยลงทุนเป็นหลัก หรือ Total Return เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ยังไม่มีความจำเป็นต้องรับกระแสเงินสดระหว่างการลงทุน และต้องการสะสมผลตอบแทนเพื่อเป้าหมายทางการเงินในระยะยาว
สำหรับผู้ถือหน่วยลงทุน TISCODS เดิม บริษัทจัดการจะดำเนินการโอนย้ายหน่วยลงทุนทั้งหมดไปยัง ชนิดหน่วยลงทุนปันผล (TISCODS-D) โดยยังคงเป็นไปตามเงื่อนไขการลงทุนเดิมทุกประการ ขณะที่ TISCODS-A จะเปิดเสนอขายตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2569 เป็นต้นไป
ข้อมูลจาก บลจ. ทิสโก้ ณ วันที่ 1 กันยายน 2569 กองทุน TISCOHD-A มีผลการดำเนินงานย้อนหลัง 3 เดือน 6 เดือน 1 ปี 3 ปี 5 ปี 10 ปี และตั้งแต่จัดตั้งกองทุนถึงปัจจุบัน อยู่ที่ 13.43% 16.70% 38.08% ต่อปี 15.57% ต่อปี 12.08% ต่อปี 8.97% ต่อปี และ 8.46% ต่อปี ขณะที่ในช่วงเวลาเดียวกันดัชนีชี้วัด (Benchmark) ของกองทุนคือ SET High Dividend 30 (SETHD TRI) มีผลตอบแทนย้อนหลังอยู่ที่ 16.08% 19.30% 45.95% ต่อปี 16.81% ต่อปี 12.55% ต่อปี 7.78% ต่อปี และ 7.15% ต่อปีตามลำดับ
นายสาห์รัช กล่าวว่า การเพิ่มชนิดหน่วยลงทุนครั้งนี้ช่วยให้ผู้ลงทุนสามารถเลือกแนวทางรับผลตอบแทนได้สอดคล้องกับความต้องการมากขึ้น โดยผู้ลงทุนที่ต้องการกระแสเงินสดจากการลงทุนสามารถพิจารณาชนิดหน่วยลงทุนปันผล ส่วนผู้ลงทุนที่ต้องการสะสมผลตอบแทนและเพิ่มโอกาสให้มูลค่าหน่วยลงทุนเติบโต สามารถพิจารณาชนิดหน่วยลงทุนสะสมผลตอบแทน ทั้งนี้ ผู้ลงทุนควรเลือกกองทุนและชนิดหน่วยลงทุนให้เหมาะสมกับเป้าหมาย ระยะเวลาการลงทุน และความสามารถในการรับความเสี่ยงของตนเอง
สำหรับมุมมองการลงทุนในตลาดหุ้นไทย ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นโดดเด่นติดอันดับต้น ๆ ของโลก โดยก่อนหน้านี้นักลงทุนให้ความสนใจกับหุ้นเติบโต (Growth Stock) เป็นหลัก อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่เหลือของปีมองว่าตลาดเริ่มมีอัปไซด์จำกัด หลังจากรับรู้ปัจจัยบวกไปมากแล้ว ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงเริ่มเข้ามากดดันตลาดมากขึ้น จึงคาดว่านักลงทุนจะหันมาให้ความสนใจกับหุ้นปันผลมากขึ้น ทั้งนี้ ดัชนี SET HD ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาอยู่ที่ราว 4.6% สูงกว่าดัชนี SET ที่ 3.2% พร้อมซื้อขายที่ระดับ PE ประมาณ 10 เท่า ต่ำกว่าตลาดโดยรวมที่ 14-15 เท่า สะท้อนความน่าสนใจทั้งในด้านผลตอบแทนและมูลค่าการลงทุน
“บลจ.ทิสโก้เชื่อว่าหุ้นไทยที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งและมีความสามารถในการจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอยังคงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับการลงทุน โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดมีความผันผวน การเพิ่มชนิดหน่วยลงทุนของ TISCOHD และ TISCODS จึงช่วยให้ลูกค้าสามารถวางแผนรับผลตอบแทนได้ทั้งในรูปกระแสเงินสดจากเงินปันผล หรือสะสมผลตอบแทนเพื่อเพิ่มมูลค่าหน่วยลงทุนในระยะยาว” นายสาห์รัชกล่าว




