ครม. ช่วยเหลือทางการเงินสปป.ลาว สร้างสะพานเชียงแมน-หลวงพระบาง เชื่อมขนส่ง-การค้า-ท่องเที่ยวไทย

ครม. อนุมัติความช่วยเหลือทางการเงินแก่ สปป.ลาว ลุยสร้างสะพานเชียงแมน-หลวงพระบาง ข้ามแม่น้ำโขง มุ่งเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมในภูมิภาค ช่วยร่นเวลาเดินทางจังหวัดน่านสู่นครหลวงพระบาง ดันการค้าชายแดน และดึงนักท่องเที่ยวเข้าไทยเพิ่ม

น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่รัฐบาลสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป. ลาว) สำหรับโครงการก่อสร้างสะพานเชียงแมน-หลวงพระบาง สปป. ลาว (โครงการก่อสร้างสะพานเชียงแมนฯ) ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ

  • รายละเอียดกรอบเงินช่วยเหลือ สพพ.-สปป.ลาว

– อนุมัติให้สำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) (สพพ.) ดำเนินการตามขอบเขตของโครงการ แหล่งที่มาของเงินทุน รูปแบบ วิธีการ และเงื่อนไขทางการเงินสำหรับการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ สปป. ลาว เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับโครงการก่อสร้างสะพานเชียงแมนฯ จำนวน 1,783 ล้านบาท

– อนุมัติให้สำนักงบประมาณ (สงป.) จัดสรรงบประมาณเป็นรายปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2571-2574 รวมระยะเวลา 4 ปี ในอัตรา 50% ในส่วนของเงินกู้ จำนวน 891,835,750 บาท

– เห็นชอบแนวทางการกู้เงินของ สพพ. จากสถาบันการเงินภายในประเทศ จำนวน 891 ล้านบาท ตามรูปแบบและเงื่อนไขที่กำหนด

– กรณี สปป. ลาว ผิดนัดชำระหนี้ สพพ. จะพิจารณาใช้เงินสะสมของ สพพ. เพื่อชำระคืนหนี้เงินต้น และดอกเบี้ย ที่เกิดขึ้นจากเงินกู้จากสถาบันการเงินภายในประเทศไปก่อน ทั้งนี้ หาก สพพ. เกิดปัญหาการขาดสภาพคล่อง จะขอรับจัดสรรเงินงบประมาณจากรัฐบาลเพื่อเสริมสภาพคล่อง และเมื่อ สพพ. สามารถเรียกเก็บหนี้ได้จะนำเงินดังกล่าวส่งคืนคลังต่อไป

– มอบหมายให้ผู้อำนวยการ สพพ. ลงนามในสัญญาการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ สปป. ลาว เมื่อครม. ได้อนุมัติการให้ความช่วยเหลือทางการเงินในโครงการดังกล่าวแก่ สปป. ลาว แล้ว

  • 4 อานิสงส์ใหญ่ ไทย-ลาว ได้รับจากสะพานเชียงแมนฯ

1. ยุทธศาสตร์การเชื่อมโยง:

การก่อสร้างสะพานเชียงแมน-หลวงพระบาง สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของประเทศไทยในการให้ความสำคัญต่อการเชื่อมโยงการคมนาคมระหว่างประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน (Connectivity) ซึ่งจะส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง

2. กระตุ้นการค้าชายแดน:

สามารถขยายโอกาสด้านการค้าระหว่างจังหวัดน่านกับเมืองหลวงพระบาง เนื่องจากลดระยะเวลาเดินทางระหว่างเมืองทั้งสองได้อย่างน้อย 30-45 นาที ทำให้การขนส่งสินค้าระหว่างกัน ทำได้ง่าย สะดวก และปลอดภัยจากการ ข้ามแม่น้ำ

3. หนุนท่องเที่ยว-ดันรายได้จ.น่าน:

จำนวนนักท่องเที่ยว และรายได้จากนักท่องเที่ยวในจังหวัดน่านเพิ่มขึ้น โดยที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวไทยเดินทางท่องเที่ยวเมืองหลวงพระบาง ผ่านจังหวัดน่าน โดยใช้เส้นทางเมืองหงสา-เมืองจอมเพชร-บ้านเชียงแมน และใช้สะพานข้ามแม่น้ำโขงของโครงการ แทนการใช้แพขนานยนต์ข้ามแม่น้ำโขง ระยะเวลาท่องเที่ยว 3 วัน 2 คืน โดยมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางผ่านบริษัทนำเที่ยวของไทย คนละ 4,500 บาท ซึ่งในระยะเวลา 5 ปีแรก คาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวเยือนจังหวัดน่านเพิ่มขึ้น เฉลี่ยปีละ 80,000 คน มีรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 360 ล้านบาท

4. กระชับความสัมพันธ์ภูมิภาค:

เสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยและ สปป.ลาว และแสดงให้เห็นถึงความร่วมมืออย่างยั่งยืนในระดับภูมิภาค

โดย ปภัสสร องค์พิเชฐเมธา/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์

ข่าวล่าสุด