
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานวันนี้ (8 ก.ย.) โดยอ้างแหล่งข่าววงในว่า บริษัท ไชน่า มิเนอรัล รีซอร์สเซส กรุ๊ป (CMRG) ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจจัดซื้อแร่เหล็กของจีน แจ้งให้โรงงานเหล็กกล้าในประเทศชะลอการซื้อแร่เหล็กเกรดพิลบาราเบลนด์ (Pilbara Blend) จากบริษัทริโอ ทินโต (Rio Tinto) ยักษ์ใหญ่เหมืองแร่สัญชาติออสเตรเลีย เนื่องจากข้อตกลงสัญญาซื้อขายอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ โดยสั่งห้ามโรงงานเปิดโต๊ะเจรจากับริโอ ทินโตในเวลานี้ และยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเงื่อนไขสัญญาหรือกรอบเวลาเจรจาแต่อย่างใด
CMRG ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2565 เพื่อรวมศูนย์อำนาจสั่งซื้อแร่เหล็กของจีน และเพิ่มอำนาจต่อรองราคาวัตถุดิบต้นน้ำในฐานะผู้บริโภครายใหญ่ที่สุดในโลก การระงับคำสั่งซื้อครั้งนี้จึงมีขึ้นเพื่อกดดันริโอ ทินโตโดยตรง ทั้งนี้ ข้อมูลจากบลูมเบิร์กระบุว่า ปีก่อน ริโอ ทินโตพึ่งพาตลาดจีนสูงถึงเกือบ 60% ของรายได้รวม
สถานการณ์งัดข้อดังกล่าวซ้ำรอยกับเหมืองแร่ออสเตรเลียรายอื่น โดยบริษัท บีเอชพี กรุ๊ป (BHP Group) เพิ่งบรรลุข้อตกลงอายุสัญญา 1 ปี (มีผลถึงเดือนมิ.ย. 2570) กับ CMRG ไปเมื่อไม่กี่เดือนก่อนหลังเจรจายืดเยื้อ ซึ่งรวมถึงการยอมรับเงื่อนไขชำระราคาด้วยเงินหยวนมากขึ้น ส่วนฟอร์ทิสคิว (Fortescue) ก็มียอดขายไปจีนลดลงระหว่างเจรจาต่อรองกับทาง CMRG เช่นกัน
ในวันเดียวกัน ริโอ ทินโต บรรลุข้อตกลงซื้อโครงการเหมืองแร่บ็อกไซต์แอระคูน (Aurukun) บริเวณแหลมเคปยอร์ก รัฐควีนส์แลนด์ จากเกลนคอร์ (Glencore) และมิตซูบิชิ ดีเวลลอปเมนท์ (Mitsubishi Development) โดยไม่เปิดเผยมูลค่าซื้อขาย โครงการนี้ยังอยู่ขั้นพัฒนาและยังไม่ได้รับประทานบัตรทำเหมือง รวมถึงต้องรอการอนุมัติจากรัฐบาลรัฐควีนส์แลนด์และหน่วยงานกำกับดูแลของออสเตรเลีย
แม้โครงการแอระคูนจะช่วยเสริมปริมาณสำรองแร่บ็อกไซต์ระยะยาวใกล้พื้นที่เดิมของบริษัท แต่งานด่วนของริโอ ทินโตในขณะนี้ ยังคงเป็นการเร่งปิดดีลเจรจากับตัวแทนจัดซื้อของรัฐบาลจีน
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช/พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต





