
สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เปิดเผยว่า รัฐบาลอาจต้องเร่งจัดทำแผนลดการขาดดุลงบประมาณของรัฐบาลกลางผ่านสภาคองเกรสให้เสร็จสิ้นภายในสิ้นปีนี้ หากพรรคเดโมแครตได้รับชัยชนะในศึกการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพ.ย. นี้
เบสเซนต์กล่าวว่า หากพรรคเดโมแครตได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งกลางเทอม “เราจะต้องเร่งผลักดันแผนดังกล่าวผ่านสภาในในช่วงเปลี่ยนผ่านหลังการเลือกตั้ง ก่อนสภาชุดใหม่จะเข้ารับตำแหน่ง แทนที่ใช้เวลาพิจารณามากกว่านี้” โดยอ้างถึงช่วงเวลาประมาณ 2 เดือนระหว่างวันเลือกตั้งในวันที่ 3 พ.ย. ถึงวันที่ 3 ม.ค. 2570
เบสเซนต์ระบุว่า เขากำลังร่วมมือกับ รัสส์ วอต ผู้อำนวยการสำนักบริหารและงบประมาณ (OMB) ในการจัดทำแผนดังกล่าวเพื่อลดการขาดดุลงบประมาณของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต ขณะที่สำนักงานงบประมาณแห่งสภาคองเกรส (CBO) ประเมินว่า รัฐบาลสหรัฐฯ มีแนวโน้มที่จะใช้จ่ายงบประมาณเกินกว่ารายได้ที่จัดเก็บได้เกือบ 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปีนี้
ทั้งนี้ เบสเซนต์ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดต่อสาธารณชนมากนักเกี่ยวกับแผนปรับลดการขาดดุล รวมถึงประเด็นที่ว่า แผนนี้จะครอบคลุมการตัดลดงบประมาณในโครงการด้านสุขภาพและสวัสดิการของสหรัฐฯ เช่น เมดิแคร์ (Medicare) และประกันสังคม (Social Security) หรือมีแผนการปรับขึ้นภาษีหรือไม่
การขาดดุลงบประมาณของสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลมาจากการใช้จ่ายในยุคโควิด-19 ภายใต้รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์สมัยแรกและรัฐบาลของปธน.โจ ไบเดน ที่ตามมา ตลอดจนการบังคับใช้กฎหมายตามนโยบายหลักของทรัมป์ ซึ่งรวมถึงกฎหมายปฏิรูปภาษีฉบับสำคัญของเขา
แม้ในปัจจุบันพรรครีพับลิกันจะครองเสียงข้างมากทั้งในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา แต่หากสูญเสียการควบคุมสภาใดสภาหนึ่งไป ก็จะเปิดโอกาสให้พรรคเดโมแครตสามารถขัดขวางการผลักดันวาระด้านกฎหมายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในช่วงเวลาที่เหลือของการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี
โดย ตนุพัฒน์ ปิยะรัตน์/กัลยาณี ชีวะพานิช





