
ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา แถลงยืนยันว่า ตนไม่เสียใจแม้แต่น้อยที่ตัดสินใจเปิดฉากทำสงครามกับอิหร่าน พร้อมลั่นวาจาว่า “ถ้าให้ทำใหม่อีกรอบ ผมก็จะทำแบบเดิมเป๊ะ ๆ” แม้ศึกครั้งนี้จะส่งผลกระทบทางการเมืองต่อการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ก็ตาม
ในการให้สัมภาษณ์แก่ ลอรา อิงเกริม ผู้ประกาศข่าวสถานีโทรทัศน์ฟ็อกซ์นิวส์ เมื่อวันพฤหัสบดี (10 ก.ย.) ตามเวลาสหรัฐฯ อิงเกริมได้ตั้งข้อสังเกตต่อทรัมป์ว่า หากสหรัฐฯ ไม่ตัดสินใจเปิดศึกโจมตีอิหร่าน พรรครัฐบาลคงจะชนะเลือกตั้งกลางเทอมลอยลำไปแล้ว ซึ่งทรัมป์ได้กล่าวสวนกลับว่า
“สมมุติว่าเราชนะลอยลำ แล้วจู่ ๆ อิหร่านดันมีนิวเคลียร์ขึ้นมาล่ะ พวกนั้นเอามาใช้แน่ ๆ”
ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวเสริมว่า หากปล่อยให้อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์ รัฐบาลอิหร่านย่อมจะกวาดล้างอิสราเอลและภูมิภาคตะวันออกกลางให้สิ้นซาก ทั้งยังจะเปิดฉากยิงขีปนาวุธถล่มเมืองต่าง ๆ ในแผ่นดินสหรัฐฯ อีกด้วย
ท่าทีของทรัมป์มีขึ้นในขณะที่ตลาดการเงินทั่วโลกกำลังเตรียมรับมือกับสงครามอิหร่านที่อาจยืดเยื้อ หลังมีรายงานข่าวว่า ที่ปรึกษาคนสำคัญของทรัมป์ ซึ่งรวมถึงเจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดี และมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ เตือนว่า สงครามอิหร่านอาจยืดเยื้อไปตลอดช่วงที่เหลือของวาระการดำรงตำแหน่งของทรัมป์ และอาจยืดเยื้อไปจนเลยวันสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีในเดือนม.ค. 2572
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ยังคงยืนกรานตามคำกล่าวอ้างที่เน้นย้ำมาตลอดหลายเดือนว่า การสู้รบจะยุติลงทันทีหลังการเลือกตั้งกลางเทอมเสร็จสิ้นลง และจะส่งผลให้ราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติปรับตัวลดลงตามมา
ทั้งนี้ ทรัมป์และพรรครีพับลิกันกำลังเผชิญกับความไม่พอใจจากประชาชนที่เพิ่มขึ้นต่อสงครามอิหร่าน รวมถึงผลกระทบที่สงครามมีต่อค่าครองชีพ โดยนักวิเคราะห์มองว่าแนวโน้มดังกล่าวอาจส่งผลต่อโอกาสของพรรคในการเลือกตั้งกลางเทอม
ในด้านมาตรการทางเศรษฐกิจ รัฐบาลสหรัฐฯ ยังคงเดินหน้าตัดขาดอิหร่านออกจากเครือข่ายระบบการเงินโลกอย่างต่อเนื่อง โดย สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เปิดเผยว่า รัฐบาลสหรัฐฯ จะคว่ำบาตรธนาคารรายใหญ่แห่งหนึ่งในสัปดาห์หน้า ขณะที่สหรัฐฯ ยังคงใช้มาตรการกดดันทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน เพื่อให้อิหร่านยุติสงครามกับสหรัฐฯ ที่ดำเนินมานานกว่า 6 เดือน
เบสเซนต์กล่าวว่า เดิมมาตรการดังกล่าวมีกำหนดประกาศในวันนี้ (11 ก.ย.) แต่ถูกเลื่อนออกไป เนื่องจากมีพิธีรำลึกครบรอบ 25 ปีเหตุการณ์โจมตีสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 11 ก.ย. 2544
รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ระบุเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้รัฐบาลสหรัฐฯ ได้สั่งคว่ำบาตรจนต้องปิดสาขาในนครดูไบของธนาคารใหญ่อันดับสองของอียิปต์ไปแล้ว หลังพบว่ามีการทำธุรกรรมโอนเงินให้อิหร่านเป็นมูลค่าสูงถึง 1,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เช่นเดียวกับ ธนาคารขนาดใหญ่ที่สุดของตุรกีที่ทำธุรกรรมให้อิหร่าน สหรัฐฯ ก็สั่งคว่ำบาตรไปแล้วเช่นกัน แม้เบสเซนต์จะไม่ได้ระบุรายชื่อเฉพาะเจาะจงของธนาคารทั้งสองแห่งก็ตาม
เมื่อผู้สื่อข่าวถามทรัมป์ว่า อิหร่านจะสามารถทนต่อแรงกดดันทางเศรษฐกิจอันหนักหน่วงนี้ต่อไปได้อย่างไร ทรัมป์ตอบว่า
“ผมก็ไม่รู้เหมือนกันนะว่าพวกนั้นจะทนไปได้สักกี่น้ำ แต่เดี๋ยวเลือกตั้งเสร็จเรื่องก็เคลียร์จบ หรืออาจจะเร็วกว่านั้นด้วยซ้ำ แต่บอกเลยว่าจบแน่ ๆ ทันทีหลังเลือกตั้ง”
โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์





