
บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด ประเมินกรอบดัชนีหุ้นไทยสำหรับสัปดาห์ถัดไป (14–18 ก.ย. 2569) แนวรับที่ 1,590 และ 1,570 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,620 และ 1,630 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ การประชุมเฟด (15-16 ก.ย.) สถานการณ์ในตะวันออกกลางและทิศทางเงินทุนต่างชาติ
ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดค้าปลีก ข้อมูลการเริ่มสร้างบ้าน และผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนส.ค. รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ การประชุม BOE และ BOJ ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนส.ค. ของยูโรโซนและญี่ปุ่น ตลอดจนข้อมูลเศรษฐกิจเดือนส.ค. ของจีน อาทิ ยอดปล่อยกู้ใหม่สกุลเงินหยวน ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมและการลงทุนในสินทรัพย์ถาวร
โดยในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา (7-11 ก.ย. 69) ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวในช่วงต้นสัปดาห์ มาเคลื่อนไหวเหนือแนว 1,600 จุดได้อีกครั้ง ท่ามกลางแรงซื้อของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ นำโดยหุ้นผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่แห่งหนึ่ง ซึ่งมีปัจจัยหนุนจากกระแสการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ AI และ Data Center รวมถึงหุ้นกลุ่มพลังงานซึ่งรับอานิสงส์จากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น
อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นไทยเริ่มทยอยลดช่วงบวกลงตั้งแต่ช่วงกลางสัปดาห์ โดยเผชิญแรงกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับโอกาสการปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟด รวมถึงแรงขายหุ้นกลุ่มแบงก์ซึ่งทยอยประกาศขึ้นเครื่องหมาย XD ประกอบกับตลาดมีความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง เนื่องจากมีรายงานข่าวเกี่ยวกับการโจมตีและตอบโต้กันระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านอย่างต่อเนื่อง และปธน.สหรัฐฯ ส่งสัญญาณสงครามอาจลากยาวไปจนถึงหลังเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ
ทั้งนี้ ดัชนีหุ้นไทยร่วงลงแรงต่อเนื่องในช่วงท้ายสัปดาห์ สอดคล้องกับทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาค โดยเผชิญแรงเทขายลดเสี่ยงในหุ้นทุกกลุ่ม นอกจากนี้ ตลาดยังรอติดตามข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนส.ค. ของสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด
ในวันศุกร์ที่ 11 ก.ย. 2569 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,604.52 จุด เพิ่มขึ้น 0.56% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 69,736.57 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.37% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai เพิ่มขึ้น 0.61% มาปิดที่ระดับ 227.36 จุด
โดย ฐานิสร์ ทองนอก





