World Today: ประเด็นข่าวต่างประเทศน่าติดตามวันนี้

  • ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นในช่วงเช้าวันนี้ (14 ก.ย.) หลังจากซาอุดีอาระเบียสั่งปิดท่อส่งน้ำมัน East-West Pipeline ซึ่งเป็นท่อส่งสายสำคัญ หลังถูกโจมตีด้วยโดรน

ราคาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] พุ่งขึ้น 2.8% แตะระดับ 102.87 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ [BRENT.X] พุ่งขึ้น 3.1% แตะระดับ 107.87 ดอลลาร์/บาร์เรล

ซาอุดีอาระเบียสั่งปิดท่อส่งน้ำมัน East-West Pipeline ซึ่งเป็นเส้นทางเลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากถูกโจมตีด้วยโดรนที่ยิงมาจากอิรักเมื่อวันพฤหัสบดี (10 ก.ย.) ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับท่อส่งน้ำมันแห่งนี้ โดยกระทรวงพลังงานซาอุดีอาระเบียระบุว่า การปิดท่อส่งน้ำมันเป็นมาตรการป้องกัน พร้อมระบุว่าโดรนมีต้นทางจากอิรัก ซึ่งเป็นพื้นที่ปฏิบัติการของกองกำลังติดอาวุธที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน

  • การประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศของกลุ่มอ่าวอาหรับและอิหร่านซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในนี้ (14 ก.ย.) ที่เมืองซาลาลาห์ ประเทศโอมาน ได้ถูกเลื่อนออกไป หลังเกิดเหตุโจมตีท่อส่งน้ำมัน East-West Pipeline ของซาอุดีอาระเบีย ซึ่งทำให้รัฐบาลซาอุดีอาระเบียตัดสินใจปิดท่อส่งน้ำมันแห่งนี้

ซัยยิด บัดร์ บิน ฮามัด อัลบูซาอีดี รัฐมนตรีต่างประเทศของโอมานประกาศในวันอาทิตย์ (13 ก.ย.) ว่า “เพื่อประโยชน์แห่งฉันทามติ การประชุมระดับภูมิภาคที่มีกำหนดจัดขึ้นในวันจันทร์ที่ 14 ก.ย. ณ เมืองซาลาลาห์ จำเป็นต้องเลื่อนออกไป อย่างไรก็ตาม เรายังคงมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมการหารือเพื่อสนับสนุนเสถียรภาพและความร่วมมือที่ยั่งยืนในภูมิภาคของเรา”

การประชุมในครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อหารือเกี่ยวกับการทำข้อตกลงชั่วคราวในการกำกับดูแลการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และถือเป็นความพยายามของโอมานและอิหร่านที่จะทำข้อตกลงในการกำกับดูแลการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซเพื่อลดความตึงเครียดและฟื้นฟูการสัญจรทางทะเล

  • แซม อัลต์แมน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของโอเพนเอไอ (OpenAI) ให้สัมภาษณ์กับนิตยสารฟอร์จูนว่า โอเพนเอไอจะยังไม่นำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ภายในปี 2569 โดยอ้างเหตุผลเรื่องความปลอดภัยของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)

อัลต์แมนให้สัมภาษณ์ว่า “ผมคิดว่าด้วยสถานการณ์ด้านความปลอดภัยที่กำลังเกิดขึ้น เวลานี้ถือเป็นช่วงที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งที่จะนำบริษัทเข้าตลาดหุ้น และเราเองก็ไม่ได้รู้สึกกดดันในเรื่องนี้” และเสริมว่า “คงไม่ใช่ปี 2569 แน่นอนครับ เรายังมีสิ่งที่ต้องทำอีกมาก ทั้งการรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในมิติความปลอดภัยและการควบคุมให้อยู่ในแนวทางที่เหมาะสม รวมถึงการหาแนวทางทำงานร่วมกันระหว่างภาคอุตสาหกรรมและรัฐบาล”

ความเคลื่อนไหวนี้มีขึ้นหลังเกิดกระแสเรียกร้องให้มีการออกกฎระเบียบใหม่เพื่อควบคุม AI ท่ามกลางข้อกังวลเรื่องความปลอดภัย สืบเนื่องจากกรณี AI Agent ทำงานนอกเหนือการควบคุมจนเข้าไปแฮกระบบภายนอก ประกอบกับการที่นักวิจัยด้านความปลอดภัยของ AI หลายรายตัดสินใจลาออกจากบริษัทเนื่องจากกังวลเรื่องความเสี่ยงของเทคโนโลยีนี้ ส่งผลให้นักการเมืองสหรัฐฯ ตื่นตระหนกและเรียกร้องให้มีมาตรการรับมือที่เด็ดขาดขึ้น

  • ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีน ได้ยื่นข้อเสนอ 5 ประการในวันนี้ (13 ก.ย.) เพื่อส่งเสริมความร่วมมือในกรอบ “บริกส์วงกว้าง” (greater BRICS) ครอบคลุมด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) การอำนวยความสะดวกด้านการค้าและการลงทุน อุตสาหกรรมดิจิทัล การผลิตอัจฉริยะ และการพัฒนาบุคลากร โดยผู้นำจีนได้นำเสนอแนวคิดดังกล่าวระหว่างเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศบริกส์ (BRICS) วันที่สอง ณ กรุงนิวเดลีของอินเดีย

สี จิ้นผิง เน้นย้ำว่า กลุ่ม “บริกส์วงกว้าง” ต้องสร้างผลกระทบในวงกว้างยิ่งขึ้น บรรลุการพัฒนาที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม และวางรากฐานที่มั่นคงเพื่อส่งเสริมความร่วมมือที่เกิดขึ้นได้จริง พร้อมกับกล่าวว่า “บริกส์วงกว้าง” ควรดึงจุดแข็งจากการมีรากฐานอยู่ในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ และความเชื่อมโยงกับกลุ่มประเทศซีกโลกใต้ (Global South) พร้อมทั้งยึดมั่นในความเปิดกว้างและความร่วมมือเพื่อผลประโยชน์ร่วมกัน ตลอดจนรักษาความมั่นคงและความราบรื่นของห่วงโซ่อุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทาน และส่งเสริมการรวมตัวของตลาด

นอกจากนี้ “บริกส์วงกว้าง” ควรก่อตั้งศูนย์บ่มเพาะนวัตกรรม ยกระดับอุตสาหกรรมดั้งเดิม พัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ และวางแผนเชิงรุกสำหรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เพื่อให้เทคโนโลยีที่เกิดขึ้นใหม่เหล่านี้สามารถส่องสว่างเส้นทางไปสู่ความมั่งคั่งร่วมกัน

  • จีนแจ้งต่อสหรัฐฯ ว่า อาจยกเลิกแผนการประชุมระหว่างประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ในช่วงปลายเดือนนี้ หากรัฐบาลวอชิงตันอนุมัติการขายอาวุธลอตใหม่ให้ไต้หวันก่อนถึงกำหนดการประชุม ตามการเปิดเผยของแหล่งข่าวหลายรายที่ใกล้ชิดกับความสัมพันธ์ระหว่างจีนและสหรัฐฯ ในวันนี้ (12 ก.ย.)

แหล่งข่าวระบุว่า จีนได้ย้ำจุดยืนระหว่างการเตรียมการเดินทางเยือนของสี จิ้นผิงว่า ประเด็นไต้หวันเป็นเรื่องสำคัญและละเอียดอ่อนอย่างยิ่งในความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐฯ

กิจกรรมทางทหารของจีนที่เพิ่มขึ้นในและรอบช่องแคบไต้หวันทำให้เกิดความกังวลว่าอาจเกิดการรุกรานไต้หวัน รวมถึงความขัดแย้งในวงกว้างในภูมิภาคที่อาจดึงสหรัฐฯ และพันธมิตรเข้ามาเกี่ยวข้อง

ภายใต้กฎหมาย Taiwan Relations Act ซึ่งรัฐสภาสหรัฐฯ ประกาศใช้หลังจากรัฐบาลสหรัฐฯ ตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวันและหันไปรับรองรัฐบาลจีนในปี 2522 สหรัฐฯ จัดหาอาวุธให้ไต้หวันเพื่อช่วยให้ไต้หวันสามารถรักษาขีดความสามารถในการป้องกันตนเองให้อยู่ในระดับที่เพียงพอ

  • ผู้ผลิตรถยนต์จีนมีแนวโน้มเพิ่มส่วนแบ่งตลาดทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง โดย UBS คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 37% ภายในปี 2573 จาก 22% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 เนื่องจากผู้บริโภคยอมรับแบรนด์รถยนต์จีนมากขึ้น ซึ่งช่วยสนับสนุนการขยายตลาดไปนอกประเทศจีน

ส่วนแบ่งตลาดของรถยนต์จีนในยุโรปก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดย UBS ปรับเพิ่มคาดการณ์จาก 18% เป็น 20% ภายในปี 2573 ขณะที่ปัจจุบันแบรนด์รถยนต์จีนครองส่วนแบ่งตลาดยุโรปประมาณ 8% และกำลังเพิ่มขึ้นเร็วกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้านี้

ผลสำรวจผู้บริโภค 12,000 คนโดย UBS Evidence Lab พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามในยุโรป 36% มีแนวโน้มพิจารณาซื้อรถยนต์ไฟฟ้าจากแบรนด์จีน ขณะที่ความสนใจต่อแบรนด์รถยนต์จีนในยุโรปเพิ่มขึ้นจนมากกว่าความสนใจต่อแบรนด์รถยนต์ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้รวมกัน

  • ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันศุกร์ (11 ก.ย.) ว่า บริษัทผลิตรถยนต์ของจีนสามารถเข้ามาตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในสหรัฐฯ ได้ หากว่าจ้างแรงงานชาวอเมริกัน

ทรัมป์กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับ Fox News ว่า สหรัฐฯ ควรเดินหน้าสกัดกั้นรถยนต์นำเข้าจากจีนอย่างมีประสิทธิภาพ แต่เขายอมรับได้หากจีนต้องการเข้ามาตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ในสหรัฐฯ โดยยกตัวอย่างญี่ปุ่นที่เข้ามาผลิตรถยนต์ในสหรัฐฯ และว่าจ้างแรงงานชาวอเมริกัน

ทรัมป์ระบุว่า สิ่งที่เขาไม่ต้องการคือบริษัทจีนผลิตรถยนต์ในเม็กซิโกด้วยต้นทุนต่ำ แล้วส่งออกรถยนต์เหล่านั้นเข้ามาจำหน่ายในสหรัฐฯ

ถ้อยแถลงดังกล่าวมีขึ้นราว 2 สัปดาห์ก่อนกำหนดการประชุมสุดยอดระหว่างทรัมป์กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนที่กรุงวอชิงตัน ขณะที่ผู้ผลิตรถยนต์และฝ่ายนิติบัญญัติของสหรัฐฯ คัดค้านอย่างหนักต่อแนวคิดที่จะเปิดทางให้ BYD ซึ่งเป็นผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ที่สุดของจีน และผู้ผลิตรถยนต์จีนรายอื่น ๆ เข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ

  • อินวิเดีย (Nvidia) กำลังเจรจาเพื่อเข้าเป็นผู้ลงทุนหลักในการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) ของแอนโทรปิก (Anthropic) โดยอาจลงทุนสูงถึง 1 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งหากเกิดขึ้นอาจทำให้ IPO ของแอนโทรปิกกลายเป็นการเสนอขายหุ้นที่ระดมทุนได้มากที่สุดเป็นประวัติการณ์

รายงานระบุว่าว่า แอนโทรปิกกำลังพิจารณาระดมทุนสูงถึง 1 แสนล้านดอลลาร์ ที่มูลค่าบริษัทประมาณ 2 ล้านล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม แผนการดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการเจรจาและอาจมีการเปลี่ยนแปลง

แอนโทรปิกระดมทุนได้ 6.5 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนพ.ค. ส่งผลให้มูลค่าบริษัทหลังการระดมทุนอยู่ที่ 9.65 แสนล้านดอลลาร์ ขณะที่รายได้ต่อปีในอัตราปัจจุบันของบริษัททะลุ 6.5 หมื่นล้านดอลลาร์ภายในสิ้นเดือนก.ค. เพิ่มขึ้นจากประมาณ 9 พันล้านดอลลาร์ ณ สิ้นปี 2568

การเข้าลงทุนของอินวิเดียจะช่วยกระชับความสัมพันธ์กับแอนโทรปิกซึ่งเป็นหนึ่งในลูกค้ารายสำคัญด้านชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของบริษัท และทำให้แอนโทรปิกมีผู้สนับสนุนรายสำคัญตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของการเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น นอกจากนี้ การที่อินวิเดียเข้ามาเป็นผู้ลงทุนหลักยังอาจช่วยประเมินความต้องการของนักลงทุนที่มีต่อบริษัท AI ชั้นนำ ซึ่งมีมูลค่าประเมินและความต้องการเงินทุนในระดับสูง

  • นักลงทุนพากันเพิ่มน้ำหนักต่อคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์นี้ หลังการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) โดยล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 85.8% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมวันที่ 16 ก.ย. จากเดิมที่ให้น้ำหนัก 72.4%

ทั้งนี้ แม้ว่าสหรัฐเปิดเผยดัชนี CPI ทั่วไปของสหรัฐฯ ออกมาสอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ แต่ดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวสูงกว่าคาด เมื่อเทียบรายเดือน

นอกจากนี้ ดัชนี CPI ทั่วไปและดัชนี CPI พื้นฐาน เมื่อเทียบรายปี ยังคงอยู่สูงกว่าเป้าหมาย 2% ของเฟด

โดย รัตนา พงศ์ทวิช