จีนเผยยอดค้าปลีกเดือนส.ค.โตต่ำกว่าคาด การลงทุนทรุดต่อเนื่อง ขณะอุปสงค์-อุปทานยังไร้สมดุล

สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) รายงานในวันนี้ (15 ก.ย.) ว่า ยอดค้าปลีกของจีนขยับขึ้นเพียง 0.4% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบรายปี ชะลอตัวลงจากเดือนก.ค.ที่ปรับตัวขึ้น 0.6% และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 0.8%

ขณะที่ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนส.ค.พุ่งขึ้น 5.2% โดยเร่งตัวขึ้นจากเดือนก.ค.ที่ปรับตัวขึ้น 4.5% และแข็งแกร่งกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 4.8%

ส่วนการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรในเขตเมือง ซึ่งรวมถึงการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐาน ร่วงลง 7.2% ในช่วง 8 เดือนแรกของปี (ม.ค.-ส.ค.) เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งรุนแรงกว่าในช่วง 7 เดือนแรก (ม.ค.-ก.ค.) ที่ลดลง 6.7% และสอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้

ผลสำรวจยังบ่งชี้ว่า อัตราว่างงานในเขตเมืองของจีนเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 5.3% ในเดือนส.ค. จากระดับ 5.2% ในเดือนก.ค.

แถลงการณ์ของสำนักงานสถิติฯ ระบุถึงความไม่สมดุลอย่างมากระหว่างอุปทานที่แข็งแกร่งกับอุปสงค์ที่อ่อนแอภายในประเทศ และเสริมว่าภาคธุรกิจบางส่วนยังคงเผชิญความยากลำบากในการดำเนินงาน พร้อมกับระบุว่า จีนควรต้องตระหนักว่าผลกระทบเชิงลบจากปัจจัยแวดล้อมภายนอกได้ทวีความรุนแรงขึ้นในขณะนี้

สำนักงานสถิติฯ ได้เรียกร้องให้มีการยกระดับการปรับนโยบายระดับมหภาคและกระตุ้นอุปสงค์ภายในประเทศ ควบคู่ไปกับการเดินหน้าปรับปรุงภาคอุตสาหกรรมเพื่อส่งเสริมการพัฒนาที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม

ทั้งนี้ รัฐบาลจีนได้กำหนดเป้าหมายการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไว้ในช่วง 4.5% – 5% ในปี 2569 แต่ GDP ไตรมาส 2/2569 ขยายตัวเพียง 4.3% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบกว่า 3 ปี

โดย รัตนา พงศ์ทวิช/ปรียพรรณ มีสุข

ข่าวล่าสุด