
หนังสือพิมพ์พีเพิลส์เดลี (People’s Daily) สื่อกระบอกเสียงของพรรคคอมมิวนิสต์จีน เผยแพร่บทความแสดงความคิดเห็นในวันนี้ (16 ก.ย.) ระบุว่า ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไม่ใช่เรื่องที่ชาติมหาอำนาจจะผูกขาดได้แต่เพียงฝ่ายเดียว พร้อมเรียกร้องให้สหรัฐฯ ร่วมมือกับจีนจัดการความเสี่ยง เพื่อสร้างบรรยากาศการพัฒนา AI ที่เปิดกว้างและไม่เลือกปฏิบัติ
ปัจจุบัน สหรัฐฯ และจีนเป็นสองขั้วหลักที่ผลักดันการพัฒนาและใช้งานโมเดล AI ระดับแนวหน้าทั่วโลก ทว่าทั้งคู่กลับขัดแย้งกันเรื่องนโยบายและแนวทางกำกับดูแลอุตสาหกรรม ซึ่งประเด็นนี้จะเป็นหัวข้อสำคัญในการเจรจาทวิภาคีสัปดาห์หน้า ขณะที่เมื่อช่วงต้นปี ทำเนียบขาวเคยกล่าวหาจีนว่าขโมยทรัพย์สินทางปัญญาจากห้องทดลอง AI ของสหรัฐฯ
พีเพิลส์เดลีระบุว่า AI ถือเป็นพรมแดนใหม่ในการพัฒนามนุษยชาติ ซึ่งจีนสนับสนุนแนวทางเปิดกว้าง และเปิดโอกาสให้บริษัททั่วไปรวมถึงบริษัทสัญชาติอเมริกันเข้าถึงโมเดลแบบโอเพนซอร์ส (Open-source) ได้
“ปัญญาประดิษฐ์คือพรมแดนใหม่เพื่อการพัฒนามนุษยชาติ ไม่ใช่เรื่องที่มหาอำนาจจะผูกขาด และต้องไม่ปล่อยให้กลายเป็นการแข่งขันที่ต้องมีแพ้มีชนะ”
บทความยังชี้ว่า มีรายงานระบุชัดว่าบริษัทสหรัฐฯ เองก็นำโมเดลของจีนไปต่อยอดผ่านกระบวนการกลั่นโมเดล (Distillation) อย่างแพร่หลายเช่นกัน พร้อมทั้งวิจารณ์ท่าทีของสหรัฐฯ ว่า
“หากคิดตามตรรกะของสหรัฐฯ พอเป็นบริษัทอเมริกันนำเทคนิคการกลั่นโมเดลไปใช้ กลับมองว่าเป็น ‘แนวทางปฏิบัติมาตรฐานของอุตสาหกรรม’ แต่พอบริษัทจีนทำบ้าง กลับมองว่าเป็น ‘การโจมตี’ พฤติกรรมเช่นนี้คือการใช้สองมาตรฐานอย่างโจ่งแจ้ง”
ทั้งนี้ ในทางเทคนิค กระบวนการกลั่นโมเดล หรือ Knowledge Distillation คือการถ่ายทอดความรู้และกระบวนการประมวลผลจากโมเดลขนาดใหญ่ มาฝึกสอนโมเดลที่มีขนาดเล็กกว่า เพื่อย่นระยะเวลา ลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพในการประมวลผล
บทความระบุว่า การที่สหรัฐฯ ยกระดับแนวทางปฏิบัติดังกล่าวขึ้นมาเป็นประเด็นความมั่นคงของชาติ แท้จริงแล้วเป็นเพียงข้ออ้างเพื่อผูกขาดอุตสาหกรรม AI เท่านั้น อย่างไรก็ตาม จีนยังพร้อมเจรจากับสหรัฐฯ อย่างสร้างสรรค์และเป็นมืออาชีพ เพื่อผลักดันให้การพัฒนา AI ดำเนินไปอย่างเปิดกว้าง เสมอภาค ครอบคลุม และสร้างประโยชน์แก่ทุกฝ่าย
โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์





