นายวรภัค ธันยาวงษ์ อดีตรมช.คลัง และ อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย (KTB) ชี้แจงกรณีมีข่าวปรากฏชื่อในหนังสือของประธานคณะกรรมาธิการ สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ถึงกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงการคลังสหรัฐฯ โดยยืนยันว่า ไม่เคยมีส่วนร่วม สนับสนุน หรือรับรู้เกี่ยวกับการดำเนินการของ scam centers การฟอกเงิน การค้ามนุษย์ cybercrime หรืออาชญากรรมข้ามชาติใดๆ ตามที่มีการกล่าวถึง
หนังสือดังกล่าวเป็นเพียงการขอให้ตรวจสอบเข้าเกณฑ์มาตรการคว่ำบาตร (Sanctions) หรือไม่ ไม่ใช่ผลการสอบสวนว่ากระทำผิดหรือมีคำวินิจฉัยว่าตนได้กระทำความผิด และไม่ได้หมายความว่า ตนถูกสหรัฐฯ sanctions แล้ว
ซึ่งขณะนี้ ได้ติดต่อไปยัง Office of Foreign Assets Control (OFAC) U.S. Department of the Treasury อย่างเป็นทางการแล้ว เพื่อขอช่องทางในการนำส่งข้อเท็จจริงและเอกสารหลักฐานให้หน่วยงานของสหรัฐฯ พิจารณา และกำลังจัดส่งหนังสือถึงประธานคณะกรรมาธิการทั้งสองคณะ เพื่อขอโอกาสชี้แจงข้อเท็จจริงและขอทราบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับตนเอง เพื่อที่จะสามารถตอบข้อสงสัยต่างๆ ได้อย่างตรงประเด็น
“ผมพร้อมให้ความร่วมมือกับการตรวจสอบอย่างเต็มที่ และเชื่อว่าวิธีที่ดีที่สุดในการตอบข้อกล่าวหาที่ร้ายแรงเช่นนี้ คือ ข้อเท็จจริง เอกสารหลักฐาน และกระบวนการที่ตรวจสอบได้” นายวรภัค ระบุ
ส่วนกรณีข้อกล่าวหาบางส่วนที่มีการเผยแพร่ก่อนหน้านี้ นายวรภัค ชี้แจงว่า ได้เลือกใช้กระบวนการยุติธรรมในการพิสูจน์ข้อเท็จจริง โดยได้ดำเนินคดีหมิ่นประมาทต่อผู้ที่เผยแพร่ข้อกล่าวหาดังกล่าว ปัจจุบันมีคดีหนึ่งที่ศาลรับไว้พิจารณาแล้ว และอีกคดีหนึ่งได้เสร็จสิ้นกระบวนการไต่สวนมูลฟ้องและอยู่ระหว่างรอคำสั่งศาล
“ผมไม่ขอคาดเดาว่าการที่ชื่อของผมปรากฏในหนังสือของสหรัฐฯ ครั้งนี้มีที่มาหรือเกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาที่เป็นคดีอยู่ในประเทศไทยหรือไม่ แต่สิ่งที่ผมจะทำต่อไปคือใช้ข้อเท็จจริง เอกสารหลักฐาน และกระบวนการที่ตรวจสอบได้ เพื่อชี้แจงต่อทั้งศาลไทยและหน่วยงานของสหรัฐฯ” นายวรภัค ระบุ
ส่วนรายละเอียดของข้อกล่าวหาบางส่วนที่อยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาลไทย ขอไม่เปิดเผยหรือโต้แย้งผ่านสื่อในขณะนี้ เพื่อไม่ให้กระทบต่อกระบวนการยุติธรรม
โดย รัชดา คงขุนเทียน





