อินโดนีเซียสั่งเข้มลงโทษคนเผาป่า ชงกฎหมายเอาผิดฐาน “ก่อการร้ายทางนิเวศ”

ประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ผู้นำอินโดนีเซีย สั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มความเข้มงวดทางกฎหมายและบทลงโทษผู้ที่ใช้วิธีตัดฟันแล้วเผาเพื่อถางพื้นที่ หลังประเทศเผชิญไฟป่ารุนแรงต่อเนื่องหลายสัปดาห์ จนเกิดหมอกควันกระทบประเทศเพื่อนบ้าน

ปราโบโวกล่าวในการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า รัฐบาลจะไม่ผ่อนปรนต่อบุคคลหรือบริษัทที่มีส่วนรับผิดชอบต่อการเกิดไฟป่า พร้อมสั่งให้รัฐมนตรีประจำสำนักเลขาธิการประธานาธิบดีและรัฐมนตรีกระทรวงกฎหมายพิจารณาแนวทางเพิ่มบทลงโทษทางกฎหมาย

ผู้นำอินโดนีเซียยังเสนอให้รัฐบาลหารือกับสภาผู้แทนราษฎรเพื่อเพิ่มความเข้มงวดของกฎหมาย โดยอาจกำหนดให้การเผาป่าในลักษณะดังกล่าวเข้าข่าย “การก่อการร้ายทางนิเวศ” เนื่องจากเป็นปัญหาร้ายแรง

นอกจากนี้ ยังสั่งให้รัฐบาลท้องถิ่นยกเลิกข้อยกเว้นที่อนุญาตให้เกษตรกรรายย่อยใช้ไฟถางพื้นที่เพาะปลูกขนาดเล็ก และให้ตำรวจดำเนินคดีอาญากับบริษัทที่ฝ่าฝืนมาตรการป้องกันไฟป่า

รายงานระบุว่า รัฐบาลอินโดนีเซียระดมอากาศยานมากกว่า 50 ลำปฏิบัติการทิ้งน้ำและทำฝนเทียมเพื่อควบคุมไฟ ขณะที่ญี่ปุ่นส่งเฮลิคอปเตอร์ CH-47 ชีนุกจำนวน 3 ลำเข้าร่วมภารกิจทิ้งน้ำดับไฟเมื่อวันพุธ (16 ก.ย.)

สถานการณ์ไฟป่าครั้งนี้รุนแรงที่สุดในรอบ 11 ปี ท่ามกลางสภาพอากาศจากปรากฏการณ์ “ซูเปอร์เอลนีโญ” ที่ทำให้ป่าไม้และพื้นที่การเกษตรแห้งแล้งอย่างหนัก โดยเกาะบอร์เนียวและเกาะสุมาตราเป็นพื้นที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ขณะที่หมอกควันส่งผลให้ผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจเพิ่มขึ้น และทำให้คุณภาพอากาศในสิงคโปร์และมาเลเซียอยู่ในระดับส่งผลกระทบต่อสุขภาพ

ข้อมูลรัฐบาลระบุว่า ช่วงเดือนม.ค.-ก.ค.ปีนี้ ไฟป่าเผาผลาญพื้นที่ 202,000 เฮกตาร์ หรือเกือบ 500,000 เอเคอร์ ขณะที่ YKAN กลุ่มด้านสิ่งแวดล้อม ประเมินว่าไฟป่าสร้างความเสียหายเพิ่มเติมอีกประมาณ 600,000 เฮกตาร์ หรือ 1.4 ล้านเอเคอร์ในเดือนส.ค.

ด้าน ราชา จูลี อันโตนี รัฐมนตรีกระทรวงป่าไม้ของอินโดนีเซีย เตือนว่า ไฟป่าอาจยืดเยื้อถึงต้นเดือนพ.ย. เนื่องจากฤดูฝนมีแนวโน้มมาถึงช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้

โดย วรวิชญ์ สิทธิวัง/พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต