
นายสกลธี ภัททิยกุล ประธานคณะ กมธ.การสาธารณสุข แถลงข่าวผลการพิจารณาผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนและมาตรการกำกับดูแลด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมจากการประกอบกิจการศูนย์ข้อมูล (Data Center) ในพื้นที่ชุมชนเมือง ว่า ทางผู้ว่ากรุงเทพมหานครได้จัดทำ Check-list ตรวจสอบการตั้ง Data Center อย่างเข้มงวดใน 5 ด้าน เพื่อลงพื้นที่สุ่มตรวจอย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยหลักตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ได้แก่
1. มาตรฐานอาคาร ต้องมีใบรับรองมาตรฐานสากล
2. การใช้ทรัพยากร ทั้งการเก็บรักษาน้ำมัน การใช้น้ำและไฟฟ้า ต้องเป็นไปตามที่กรมธุรกิจพลังงาน การไฟฟ้านครหลวง และการประปานครหลวงกำหนด
3. ผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม ทั้งมลพิษทางน้ำ อากาศ ความเสี่ยงด้านสุขภาพ ผลกระทบด้านความร้อน และมลพิษทางเสียง 4. การป้องกันอัคคีภัย มีการตรวจสอบระบบดับเพลิงให้เป็นไปตามมาตรฐาน
5. การเตรียมความพร้อมและซ้อมอพยพหนีไฟ มีการจัดให้มีการซ้อมอพยพหนีไฟ ซึ่งครบถ้วนและต้องชื่นชมกรุงเทพมหานคร
นายสกลธี กล่าวว่า สิ่งที่น่ากังวลคือ ภาวะสุญญากาศของการขออนุญาตก่อสร้าง Data Center ซึ่งในกรุงเทพมหานครเลี่ยงไปขออนุญาตในรูปแบบคลังคลังสินค้า เนื่องจากยังไม่มีคำนิยามและกฎหมายรองรับ ตลอดจนยังไม่มีการกำหนดในผังเมืองว่าควรสร้างในตำแหน่งใด และในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ก็ยังไม่มีการกำหนดนิยามของ Data Center
นอกจากนี้ สิ่งที่น่ากังวลก็คือ กรมควบคุมมลพิษ หรือกระทรวงพลังงานเข้าไปดูผลกระทบทั้งเรื่องน้ำ อากาศ และเสียง แต่ยังไม่มีหน่วยงานไหนเข้าไปดูในเรื่องความร้อน ซึ่งยังไม่รู้ว่าจะเอาค่ากำหนดใดมาเป็นตัวชี้วัด
ทั้งนี้ นายสกลธี กล่าวว่า คณะ กมธ. ได้มีมติและจะทำข้อเสนอไปยังรัฐบาลดังนี้
1. คณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) ยังขาดมุมมองด้านสาธารณสุข จึงขอเสนอให้เพิ่มเติมรมว.สาธารณสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งดูแลเรื่องการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ (HIA)
2. การทำ HIA ไม่ได้มีการบังคับให้ดำเนินการ แต่พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 มาตรา 11 ได้เปิดช่องให้บุคคลใดก็ได้ขอผ่านคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติให้แต่ละโครงการหรือกิจการใด ๆ ทำ HIA ดังนั้น คณะ กมธ. จะร่วมกับกรุงเทพมหานครและคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ยื่นข้อเสนออย่างน้อย 6 แห่ง ซึ่งมีความอันตราย แต่ไม่มีการประเมินด้านสุขภาพแต่อย่างใด รวมถึงทั่วประเทศจะจัดทำเอกสารเพิ่มเติมเพื่อให้มีการทำ HIA ในช่วงที่ไม่มีกฎหมายควบคุม Data Center โดยเฉพาะ
3. ขอให้เร่งแก้ไขกฎหมายควบคุมอาคารโดยเร็ว และขอเร่งรัดให้กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทยเร่งแก้ไขและกำหนดนิยาม Data Center เพื่อรองรับกฎหมายในส่วนนั้น
4. ขอให้กรุงเทพมหานครร่วมแก้ไขเรื่องการจัดทำผังเมืองฉบับใหม่ให้ชัดเจน เนื่องจากกรุงเทพมีสภาพความเป็นชุมชนในหลายพื้นที่
“คณะ กมธ.สาธารณสุข จะติดตามเรื่องดังกล่าวอย่างใกล้ชิด และขอให้รัฐบาลใส่ใจนำเรื่องด้านสาธารณสุขไปอยู่ในคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ด้วย รวมทั้งขอให้รัฐบาลกำหนดรายละเอียดให้ชัดเจนว่าต้องมีการทำ HIA ในโครงการดังกล่าว และมีกฎหมายบังคับใช้อย่างชัดเจน” นายสกลธี กล่าว
อย่างไรก็ตาม นายสกลธี กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมี Data Center ทั้งหมด 166 โครงการ เปิดแล้ว 35 โครงการ อยู่ระหว่างการก่อสร้าง 49 โครงการ และอยู่ระหว่างการขออนุญาต 117 โครงการ เฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานคร มี 51 โครงการ แบ่งเป็น Data Center ที่อยู่ในอาคาร 43 โครงการ ซึ่งเป็นของธนาคาร รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานรัฐ
นายสกลธี กล่าวต่อว่า ส่วนที่ต้องจับตาดูเป็นพิเศษ คือ โครงการที่แยกออกมาต่างหาก (Stand Alone) 6 โครงการ ดำเนินการเสร็จสิ้นไปแล้ว 3 โครงการ ซึ่งตั้งอยู่ที่เขตสวนหลวง ห้วยขวาง และบางกะปิ ตามที่ปรากฏในข่าว และอยู่ในระหว่างการขออนุญาต 3 โครงการ โดยขณะนี้ผู้ว่ากรุงเทพมหานครได้สั่งชะลอและระงับการออกใบอนุญาตไปแล้ว
โดย ฐานิสร์ ทองนอก/รัชดา คงขุนเทียน




