บล.ดาโอ (ประเทศไทย) ระบุว่า รัฐบาลเตรียมขยายระยะเวลามาตรการไทยช่วยไทยพลัส และบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เฟสใหม่ จากเดิมจะสิ้นสุดในวันที่ 30 ก.ย.69 ออกไปอีก 2 เดือนตั้งแต่ พ.ย.-ธ.ค.2569 นี้ โดยจะส่งเรื่องต่อไปให้ ครม.พิจารณาในวันที่ 22 ก.ย. นี้ ซึ่งการต่ออายุ “ไทยช่วยไทยพลัส” จะใช้งบประมาณ 200,000 ล้านบาทแรกที่จัดสรรสำรองไว้สำหรับสวัสดิการแห่งรัฐ และโครงการไทยช่วยไทยพลัส โดยไม่มีการโยกย้ายงบประมาณมาจากส่วนอื่น และยังคงสัดส่วนการร่วมจ่ายที่ 60:40 ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”
ด้านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ยังคงได้รับสิทธิช่วยเหลือ 100% ตามเดิม รัฐบาลกำหนดประกาศรายชื่อผู้ได้รับสิทธิในวันที่ 30 ก.ย. 69 และเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.69 เป็นต้นไป โดยจะเป็นกลุ่มผู้ลงทะเบียนรอบใหม่ที่ผ่านการตรวจสอบและคัดกรองตามหลักเกณฑ์
ปัจจุบันมีผู้ได้รับสิทธิไทยช่วยไทยพลัส 26 ล้านคน ขณะที่ผู้ผ่านคุณสมบัติสวัสดิการแห่งรัฐ 9.5 ล้านคน และอยู่ระหว่างการขอทบทวนสิทธิราว 5 ล้านคน ซึ่งมีผู้ลุ้นได้สิทธิ 40 ล้านคน
เรามีมุมมองเป็นบวกมากขึ้นต่อมาตรการ “ไทยช่วยไทยพลัส และบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเฟสใหม่” โดยไทม์ไลน์มีความชัดเจนมากขึ้น เรามองว่าหุ้นที่ได้ประโยชน์มากสุดตามสัดส่วนรายได้ TT ในประเทศ ได้แก่ NEO (ซื้อ/เป้า 31.00 บาท), CBG (ซื้อ/เป้า 67.00 บาท) และ OSP (ซื้อ/เป้า 20.00 บาท)
หุ้นได้รับประโยชน์ ได้แก่
• กลุ่ม food & beverage: ได้รับประโยชน์จากการบริโภคในประเทศที่เพิ่มขึ้น
- CBG (ซื้อ/เป้า 67.00 บาท) สัดส่วนรายได้ domestic branded own 35% ของรายได้รวม
- OSP (ซื้อ/เป้า 20.00 บาท) สัดส่วนรายได้ domestic beverage 66% ของรายได้รวม
- SAPPE (ซื้อ/เป้า 35.00 บาท) สัดส่วนรายได้ domestic ที่ 27% ของรายได้รวม
- SNNP (ซื้อ/เป้า 8.00 บาท) สัดส่วนรายได้ domestic 79% ของรายได้รวม โดยเป็น MT 65% และ TT 35%
กลุ่มสินค้าอุปโภค
- NEO (ซื้อ/เป้า 31.00 บาท) สัดส่วนรายได้ domestic 92% ของรายได้รวม
- OSP (ซื้อ/เป้า 20.00 บาท) สัดส่วนรายได้ domestic personal care ประมาณ 12% ของรายได้รวม





