
บริษัท เบิร์กเชียร์ แฮธาเวย์ ประกาศในวันนี้ว่า วอร์เรน บัฟเฟตต์ ประธานบริษัท วัย 96 ปี ได้ลาออกจากตำแหน่ง โดยมีผลในทันที
อย่างไรก็ดี บัฟเฟตต์จะดำรงตำแหน่งประธานกิตติมศักดิ์ และจะยังคงเป็นกรรมการของบริษัทต่อไป ขณะที่ ฮาวเวิร์ด บัฟเฟตต์ บุตรชายของเขา จะเข้ามารับตำแหน่งประธานบริษัท ตามแผนการสืบทอดตำแหน่งที่มีการเตรียมการมานานแล้ว
“กาลเวลาย่อมเป็นฝ่ายชนะเสมอ อย่างไรก็ตาม กาลเวลาได้มอบความเอื้อเฟื้อแก่ผม เพราะมันเปิดโอกาสให้ผมได้เห็นบริษัทเบิร์กเชียร์เดินทางมาถึงจุดที่ผมมีความมั่นใจมากกว่าที่เคยว่า อนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร” บัฟเฟตต์ระบุในจดหมายถึงผู้ถือหุ้นบริษัท
การตัดสินใจดังกล่าวของบัฟเฟตต์เกิดขึ้นในเวลาเพียงกว่า 9 เดือน หลังจากเกร็ก อาเบล วัย 64 ปี เข้ารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ขณะที่บัฟเฟตต์ยังคงดำรงตำแหน่งประธานบริษัท
บัฟเฟตต์เคยประกาศครั้งแรกว่าเขาจะก้าวลงจากตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเบิร์กเชียร์ในการประชุมผู้ถือหุ้นประจำปีเมื่อเดือนพฤษภาคม 2568 ซึ่งการประกาศดังกล่าวสร้างความตกตะลึงให้กับผู้เข้าร่วมงานหลายพันคน แม้ในขณะนั้นเขาจะมีอายุมากแล้วก็ตาม
“วัฒนธรรมที่วอร์เรนสร้างขึ้น และค่านิยมที่เขายึดมั่น จะยังคงเป็นหัวใจสำคัญของเบิร์กเชียร์ และฮาวเวิร์ดจะเป็นผู้พิทักษ์สิ่งเหล่านี้” อาเบลกล่าวในแถลงการณ์ของบริษัท
มรดกที่บัฟเฟตต์สร้างขึ้นจากเบิร์กเชียร์ถือเป็นสิ่งที่โดดเด่นอย่างยิ่งในโลกธุรกิจอเมริกัน
ทั้งนี้ บัฟเฟตต์เข้าซื้อกิจการโรงงานสิ่งทอแห่งหนึ่งในนิวอิงแลนด์ที่กำลังล้มละลาย เมื่อเขามีอายุเพียง 34 ปี และใช้เวลาตลอด 6 ทศวรรษต่อมาในการเปลี่ยนบริษัทแห่งนั้นให้กลายเป็นอาณาจักรธุรกิจขนาดใหญ่ทั้งด้านการเงินและอุตสาหกรรม โดยล่าสุด เบิร์กเชียร์เป็นกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าราว 1 ล้านล้านดอลลาร์
เมื่อปีที่แล้ว เบิร์กเชียร์มีผลกำไรจากการดำเนินงาน 44,500 ล้านดอลลาร์ และมีพนักงานเกือบ 400,000 คน
ตลอดช่วงเวลาที่บัฟเฟตต์เป็นผู้นำ เบิร์กเชียร์สร้างผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีแบบทบต้นให้แก่ผู้ถือหุ้นสูงถึง 19.7% ซึ่งเกือบเป็นสองเท่าของผลตอบแทนของดัชนี S&P 500
ในฐานะประธานบริษัทในปีนี้ บัฟเฟตต์ยังคงมีบทบาทอย่างแข็งขันภายในบริษัท
อาเบลกล่าวกับสำนักข่าว CNBC เมื่อเดือนมีนาคมว่า บัฟเฟตต์ยังคงเดินทางไปทำงานที่สำนักงานในเมืองโอมาฮาทุกวัน และประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนปัจจุบันก็ยังคงปรึกษาหารือกับเขาอยู่บ่อยครั้ง
ในเดือนกรกฎาคม บัฟเฟตต์เปิดเผยกับสำนักข่าว CNBC ว่าเขาเป็นผู้ผลักดันหลักที่อยู่เบื้องหลังการลงทุนครั้งใหญ่ของเบิร์กเชียร์ในบริษัท อัลฟาเบ็ท ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของกูเกิล
ปัจจุบัน อัลฟาเบ็ทเป็นหุ้นที่เบิร์กเชียร์ถือครองมากที่สุดเป็นอันดับ 3 รองจาก แอปเปิล และอเมริกัน เอ็กซ์เพรส
อย่างไรก็ดี ผลการดำเนินงานของเบิร์กเชียร์ในปี 2569 ต่ำกว่าตลาดหุ้นวอลล์สตรีท โดยหุ้นของเบิร์กเชียร์ปรับตัวขึ้นเพียง 1% ในปีนี้ ขณะที่ดัชนี S&P 500 พุ่งขึ้นมากกว่า 11% เนื่องจากราคาน้ำมันที่ทะยานขึ้น ทำให้นักลงทุนหันความสนใจไปยังหุ้นในกลุ่มที่มีการเติบโตสูง
ผู้ถือหุ้นเบิร์กเชียร์กำลังรอดูว่า อาเบล ซึ่งเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่จะสามารถบริหารจัดสรรเงินทุนจำนวนมหาศาลของบริษัทได้อย่างมีประสิทธิภาพเช่นเดียวกับบัฟเฟตต์หรือไม่
บัฟเฟตต์ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของเบิร์กเชียร์ ได้กล่าวชื่นชมผลงานของอาเบลว่า “ความคาดหวังของผมที่มีต่อเขานั้นสูงมากตั้งแต่แรก และเขาก็ทำได้เกินกว่าความคาดหวังเหล่านั้น”
“บริษัทกำลังอยู่ในมือที่ยอดเยี่ยม และผมตั้งตารอที่จะยังคงเป็นผู้ถือหุ้นร่วมกับพวกคุณต่อไป” บัฟเฟตต์กล่าวทิ้งท้าย
โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ




