ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพฤหัสบดี (24 ก.ย.) ขานรับกระแสคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกในปีนี้ หลังจากเจ้าหน้าที่เฟดหลายรายได้ออกมาส่งสัญญาณสนับสนุนการเดินหน้าคุมเข้มนโยบายการเงินเพื่อสกัดเงินเฟ้อ
ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.15% สู่ระดับ 101.28
ดอลลาร์ได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่าเฟดอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก หลังจากที่เพิ่งปรับขึ้น 0.25% ในการประชุมสัปดาห์ที่แล้ว ภายหลังจากเจ้าหน้าที่เฟดหลายรายได้ออกมาส่งสัญญาณสนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ย โดยแอนนา พอลสัน ประธานเฟดสาขาฟิลาเดลเฟีย กล่าวว่า เฟดอาจจำเป็นต้องเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อทำให้อัตราเงินเฟ้อกลับสู่เป้าหมาย 2% ขณะที่แนวโน้มเงินเฟ้อยังคงเป็นเรื่องที่น่ากังวล
ด้านไมเคิล บาร์ สมาชิกคณะกรรมการผู้ว่าการเฟด กล่าวว่า เฟดจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไปเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ ขณะที่จอห์น วิลเลียมส์ ประธานเฟดสาขานิวยอร์ก กล่าวว่า เป็นเรื่องสมเหตุสมผลที่เฟดจะต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกก่อนสิ้นปีนี้
ล่าสุดนักลงทุนพากันเพิ่มน้ำหนักต่อคาดการณ์ที่ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งภายในปีนี้ โดยเครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 69% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 4.00-4.25% ในการประชุมเดือนต.ค. จากเดิมที่ให้น้ำหนัก 55.4% เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
นอกจากนี้ นักลงทุนให้น้ำหนัก 50.3% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% สู่ระดับ 4.25-4.50% ในการประชุมเดือนธ.ค. จากเดิมที่ให้น้ำหนัก 41.7% เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
การพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรยังเป็นปัจจัยหนุนการแข็งค่าของดอลลาร์เช่นกัน โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 30 ปี พุ่งขึ้นแตะระดับ 5.440% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2547 ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี พุ่งขึ้นแตะระดับ 5.133% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.ค. 2550
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการรายงานล่าสุด กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก ลดลง 1,000 ราย สู่ระดับ 197,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 201,000 ราย
กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ รายงานว่า ยอดขายบ้านใหม่เพิ่มขึ้น 6.4% สู่ระดับ 684,000 ยูนิตในเดือนส.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค.2568 สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 615,000 ยูนิต จากระดับ 643,000 ยูนิตในเดือนพ.ค.
โดย รัตนา พงศ์ทวิช





