HILITE: KCE พุ่ง 11% รับโบรกเคาะเป้าใหม่ 104 บาท อานิสงส์ AI-S Curve ใหม่ LEO Satellite-ลุ้นงานเทสลา พบบิ๊กล็อตสูงกว่ากระดาน

KCE พุ่ง 11.07% มาที่ 75.25 บาท เพิ่มขึ้น 7.50 บาท มูลค่าซื้อขาย 2,357.18 ล้านบาท เมื่อเวลา 10.50 น. จากราคาเปิด 71.25 บาท ราคาสูงสุด 75.25 บาท ราคาต่ำสุด 71.25 บาท

ขณะที่เช้านี้พบรายการบิ๊กล็อตหุ้น KCE จำนวน 150,000 หุ้น มูลค่า 11.89 ล้านบาท เทรดที่ราคาเฉลี่ย 79.25 บาท สูงกว่ากระดาน

บล.เกียรตินาคินภัทร (KKPS) ร่วมกับ BofA Global Research ปรับเพิ่มมุมมองเชิงบวกอย่างมากต่อหุ้น บมจ.เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ [KCE] ผู้ผลิตและจำหน่ายแผ่นพิมพ์วงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCB) รายใหญ่ของไทย กำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญทางธุรกิจครั้งใหญ่ โดยเริ่มต้นวิเคราะห์ด้วยคำแนะนำ “ซื้อ” พร้อมให้ราคาเป้าหมายสูงถึง 104.00 บาท (อิง P/E เป้าหมายที่ 38.1 เท่า) จากเดิม 67.75 บาท

บทวิเคราะห์ระบุว่า แม้ผลประกอบการของ KCE ในปี 68 จะผ่านจุดต่ำสุดจากการชะลอตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลก แต่ KCE กำลังเข้าสู่วัฏจักรขาขึ้นรอบใหม่ (Upcycle) จากการฟื้นตัวของชิ้นส่วนยานยนต์ ผสานกับการขยายพอร์ตโฟลิโอเข้าสู่เทคโนโลยีแห่งอนาคต (S-Curve) ที่มีอัตรากำไรสูง โดยคาดการณ์ว่ากำไรสุทธิจะเติบโตอย่างก้าวกระโดดดังนี้

– ปี 69 คาดกำไรสุทธิฟื้นตัว +95% YoY สู่ระดับ 1,529 ล้านบาท

-ปี 70 คาดกำไรสุทธิพุ่งทะยาน +110% YoY สู่ระดับ 3,212 ล้านบาท (ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ถึง 69%)

-ปี 71 คาดกำไรขยับขึ้นต่อเนื่องแตะระดับ 4,174 ล้านบาท

บทวิเคราะห์เจาะลึก 5 ปัจจัยหลักขับเคลื่อนผลประกอบการ (Growth Drivers)

1.รอบฟื้นตัวของอุตสาหกรรม PCB ที่ยังมีทิศทางเติบโตได้อีกไกลคู่แข่งในอุตสาหกรรม PCB ระดับโลกเริ่มเห็นการฟื้นตัวของรายได้และอัตรากำไรอย่างก้าวกระโดดตั้งแต่ไตรมาส 2/69 โดย KCE ยังเข้าร่วมรอบการฟื้นตัวนี้ได้ไม่เต็มที่เนื่องจากอุปสงค์ในฝั่งยานยนต์ที่ชะลอตัว มองว่าระยะเวลารอคอยนี้เป็นโอกาส เนื่องจากภาพรวมอุตสาหกรรม PCB ยังคงแข็งแกร่ง และอุปสงค์ฝั่งยานยนต์เริ่มฟื้นตัวในระยะยาว

2.การเพิ่มขึ้นของชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ในรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และรถยนต์ที่ควบคุมด้วยซอฟต์แวร์ (Software-Defined Vehicles) จะช่วยเพิ่มมูลค่าการใช้ PCB ต่อคัน ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนเชิงโครงสร้างนอกเหนือจากการเติบโตของยอดผลิตรถยนต์

3.รับประโยชน์ทางอ้อมจากกระแส AI แม้ไม่ได้ผลิต PCB สำหรับ AI Server โดยตรงอุปสงค์ AI Server ที่แข็งแกร่งดึงกำลังการผลิต เงินลงทุน และวัตถุดิบต้นน้ำไปสู่ผลิตภัณฑ์ AI ที่มีมูลค่าสูงกว่าผู้ผลิต PCB ฝั่งยานยนต์เริ่มหันไปขยายตลาด AI ส่งผลให้อุปทาน (Supply) ของ PCB ยานยนต์แบบดั้งเดิมตึงตัวขึ้น การที่ KCE ไม่ได้ลงแข่งขันในตลาด AI Server ถือเป็นข้อได้เปรียบเนื่องจากช่วยให้บริษัทโฟกัสกับตลาดยานยนต์ที่มีฐานลูกค้าและความเชี่ยวชาญเดิมได้อย่างเต็มที่ พร้อมรับอานิสงส์จากภาวะอุปทานตึงตัวตลาดหลักในยุโรปเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัว โดยคาดว่ายอดการผลิตรถยนต์นั่งในยุโรปปี 69 จะกลับมาเติบโตเล็กน้อย ช่วยหนุนการฟื้นตัวในครึ่งหลังปี 69 ต่อเนื่องถึงปี 70

4.ดาวเทียมสื่อสาร โอกาสเติบโตใหม่ที่สำคัญที่สุดนอกเหนือจากยานยนต์คาดการณ์สัดส่วนรายได้จากกลุ่มสื่อสาร (ดาวเทียม) จะเพิ่มขึ้นเป็น 16% ในปี 70 และ 30% ในปี 71 ของรายได้ PCB รวมเป็นรายได้ส่วนเพิ่มจากการขยายกำลังการผลิตใหม่ ไม่ได้มาจากการลดลงของธุรกิจเดิม โดยจะเริ่มเห็นการเร่งตัวอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ปี 70 ได้แรงหนุนจากการส่งดาวเทียมวงโคจรต่ำ (LEO), รอบการเปลี่ยนทดแทนอุปกรณ์ และกลยุทธ์ China+1 ช่วยกระจายความเสี่ยงและขยายฐานรายได้ให้หลากหลายการสื่อสารทางแสง (Optical Communication) อีกหนึ่งนวัตกรรมหนุนการเติบโตได้รับอานิสงส์จากนโยบาย China+1

5.หุ่นยนต์ฮิวมานอยด์ (Humanoids) จะเป็นตลาดเป้าหมายใหม่ที่เข้ามาช่วยขยายการเติบโตให้แก่ KCE โดยฝ่ายบริหารยืนยันว่าอยู่ระหว่างการเจรจากับ Tesla เกี่ยวกับ PCB สำหรับหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์ ซึ่งขณะนี้ KCE ผ่านขั้นตอนการทดสอบคุณสมบัติ (Qualification) ไปแล้วบางส่วนและกำลังรอการอนุมัติแบบดีไซน์ขั้นสุดท้าย ทั้งนี้ BofA คาดการณ์ว่าตลาดหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์ทั่วโลกจะมีมูลค่าพุ่งแตะ 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 76 และยอดจัดส่งทั่วโลกจะเติบโตเกือบ 5 เท่า จาก 290,000 ตัวในปี 70 ขึ้นไปเป็น 1.2 ล้านตัวภายในปี 73 ซึ่งเรามองว่าเป็นโอกาสสร้าง Upside อย่างมีนัยสำคัญ เมื่อหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์เข้าสู่ช่วงการผลิตเชิงพาณิชย์ (Mass Production)

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เตือนถึงความเสี่ยงที่อาจกระทบต่อประมาณการ ได้แก่ ความล่าช้าในการเริ่มดำเนินงานเชิงพาณิชย์ของโครงการดาวเทียม LEO การก่อสร้างและขยายกำลังการผลิตของโรงงานใหม่ล่าช้ากว่าแผน อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ฟื้นตัวได้ช้ากว่าที่คาดการณ์ ความเสี่ยงจากความผันผวนและภาวะขาดแคลนวัตถุดิบ

ขณะที่นางสาวสุรีย์พร ทีวะสุเวยทย์ ,IAA ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บลป.เอฟเอสเอส อินเตอร์เนชั่นแนล มองแนวโน้มกำไรของ KCE ในครึ่งปีหลังดีกว่าครึ่งปีแรก เนื่องจาก KCE สามารถปรับขึ้นราคา PCB ได้ตั้งแต่ไตรมาส 2/69 หลังราคาวัตถุดิบ อาทิ ทองแดง ไฟเบอร์กลาส ประกอบกับ ดีมานด์ PCB ดีมาก จาก AI ที่เข้ามาแย่งซัพพลาย ทำให้ PCB ได้รับอานิสงส์ด้วย

ในไตรมาส 3/69 KCE ปรับราคาขึ้นได้เต็มไตรมาส ทำให้แนวโน้มผลประกอบการในแง่ของมาร์จิ้นในไตรมาส 3-ไตรมาส 4 ดีขึ้น ขณะเดียวกัน บริษัทอยู่ระหว่างพัฒนาสินค้าใหม่กับเทสลา แต่ยังไม่มีคำสังซื้อ ซึ่งผู้บริหารระบุว่า เรื่องนี้ยังไม่ Final เป็นแค่เริ่มต้น และยังไม่แน่ชัดว่าออเดอร์จะมาเมื่อไหร่ แต่ก็มีโอกาสที่จะมีออเดอร์เข้ามา

ทั้งนี้ แนะนำ “Trading” คงราคาเป้าหมาย 61.00 บาท โดยให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าในปี 70 นักลงทุนควรระมัดระวัง เพราะจาก PCB ตึงตัวทำให้มีการขยายกำลังการผลิต และคาดว่าซัพพลายใหม่จะเริ่มทยอยเข้ามาในครึ่งหลังปี 70

โดย เสาวลักษณ์ อวยพร