นางสาวชุติกาญจน์ สันติเมธวิรุฬ , IAA, CISA ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) กล่าวว่า การซื้อขาย SET50 Index Futures วันนี้ ปรับตัวลงแรงเมื่อเทียบกับภูมิภาค จากกระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) ไหลออก ทั้งตลาดหุ้น ตลาดฟิวเจอรส์ และตราสารหนี้
โดยช่วงที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยค่อนข้าง Outperform เมื่อเทียบกับภูมิภาค แต่เดือนที่แล้ว Fund Flow เริ่มชะลอตัวลง ประกอบกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (บอนด์ยีลด์) อยู่ในระดับสูง ส่งผลให้นักลงทุนระมัดระวังมากขึ้น ขณะเดียวกันยังต้องติดตามสถานการณ์น้ำท่วมต่อว่าจะสร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจมากน้อยแค่ไหนเพียงใด
โดยวันนี้มีแรงขายในหุ้นขนาดใหญ่ และหุ้นที่ได้รับผลกระทบหากสถานการณ์น้ำท่วมยืดเยื้อ ซึ่งภาคบริการได้รับผลกระทบมาก
แนวโน้มวันพรุ่งนี้ดัชนีมีโอกาสรีบาวด์ทางเทคนิค แต่มองเป็นการปรับขึ้นเพื่อลงต่อ โดยหุ้นที่ยังเก็งกำไรได้ อาทิ กลุ่มที่มีรายได้ในต่างประเทศ ส่งออก รวมทั้งรับเหมาก่อสร้างที่ยังมีแรงซื้อเข้ามา
โดยให้แนวรับ 1,030 จุด แนวรับถัดไป 1,025 จุด และแนวต้าน 1,050 – 1,055 จุด
ด้านราคาทองคำ รอติดตามการเปิดเผยตัวเลข PCE สหรัฐฯ คาด Core PCE เร่งตัวจากผลกระทบราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง โดยปัจจุบันราคาน้ำมันดิบ WTI ยังยืนในระดับ 90 ดอลลาร์/บาร์เรล กดดันราคาทองคำจากคาดการณ์ทิศทางดอกเบี้ยธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่อาจจะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ต.ค. ต่อเนื่องจากเดือน ก.ย. ขณะเดียวกันความคิดเห็นของเจ้าหน้าที่เฟด ยังค่อนข้างส่งสัญญาณหนุนการขึ้นอัตราดอกเบี้ย
ทั้งนี้ ทองคำมีปัจจัยกดดันทั้งบอนด์ยีลด์ที่ปรับตัวขึ้น ดอลลาร์แข็งค่า และความกังวลต่อการเปิดเผยตัวเลข PCE ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุน ราคาเด้งขึ้นมาหากไม่ผ่านแนวต้าน 4,225 4,250 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ แนะหาจังหวะ Short และให้แนวรับ 4,150 / 4,125 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์
ดัชนี SET50 ปิดที่ 1,038.66 จุด ลดลง 26.80 จุด (-2.52%)


โดย วรินทร ศิรินอก





