ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลลาร์แข็งค่า จับตาจ้างานประเมินดอกเบี้ยเฟด

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพฤหัสบดี (1 ต.ค.) เนื่องจากแรงขายในตลาดพันธบัตรได้ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบหลายสิบปี ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในวันนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)

ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.64% แตะที่ 102.102

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 158.11 เยน จากระดับ 157.34 เยนในวันพุธ (30 ก.ย.) และแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.4236 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.4229 ดอลลาร์แคนาดา แต่ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.8317 ฟรังก์ จากระดับ 0.8354 ฟรังก์

ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1235 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1332 ดอลลาร์ ส่วนเงินปอนด์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.319ดอลลาร์ จากระดับ 1.3262 ดอลลาร์

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี พุ่งแตะ 5.327% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 24 ปี ก่อนที่จะย่อตัวลง 0.05% ในเวลาต่อมา หลังจากฟิลิป เจฟเฟอร์สัน รองประธานเฟด ส่งสัญญาณว่า เฟดอาจสามารถอดทนรอคอยก่อนที่จะตัดสินใจว่าควรจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกหรือไม่ หลังจากที่เพิ่งปรับขึ้น 0.25% ในการประชุมเดือนก.ย.

นอกจากนี้ การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันยังส่งผลให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อและอาจทำให้เฟดเดินหน้าคุมเข้มนโยบายการเงิน โดยราคาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] พุ่งขึ้น 2.71% ปิดที่ 92.87 ดอลลาร์/บาร์เรล และราคาน้ำมันดิบเบรนท์ [BRENT.X] พุ่งขึ้น 4.37% ปิดที่ 102.31 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากจีนประกาศระงับการส่งออกผลิตภัณฑ์น้ำมันในเดือนต.ค. ซึ่งทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานตึงตัวในตลาดโลก

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการเปิดเผยล่าสุด กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก ลดลง 1,000 ราย สู่ระดับ 197,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 200,000 ราย

สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐฯ (ISM) เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตลดลงสู่ระดับ 54.5 ในเดือนก.ย. จากระดับ 54.6 ในเดือนส.ค. และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 54.8 แต่ดัชนียังคงสูงกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ว่าภาคการผลิตของสหรัฐฯ ยังคงขยายตัว และเป็นการขยายตัวเดือนที่ 8 ติดต่อกัน โดยได้แรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของคำสั่งซื้อใหม่และการจ้างงาน

นักลงทุนจับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในวันนี้ (2 ต.ค.) ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 98,000 ตำแหน่งในเดือนก.ย. หลังจากที่เพิ่มขึ้น 162,000 ตำแหน่งในเดือนส.ค. และคาดว่าอัตราว่างงานเดือนก.ย.จะทรงตัวที่ 4.1%

โดย รัตนา พงศ์ทวิช