
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวเตือนว่า อิหร่านจะถูกโจมตีอย่างหนัก หากพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่นักบินผู้ช่วยทำร้ายกัปตันบนเที่ยวบินของฟลายดูไบ (flydubai) ที่กำลังเดินทางไปยังอิสราเอล
เหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้ผู้โดยสารช่วยกันหยุดยั้งไม่ให้เครื่องบินตก โดยเครื่องบินต้องลงจอดฉุกเฉินในซาอุดีอาระเบีย ก่อนที่ผู้โดยสารส่วนใหญ่ซึ่งเป็นชาวอิสราเอลจะเดินทางกลับประเทศ และได้รับการต้อนรับเยี่ยงวีรบุรุษ
คำเตือนของทรัมป์มีขึ้นขณะที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เปิดการสอบสวนว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายหรือไม่ ส่วนนายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล กล่าวว่า ผู้ต้องสงสัยได้ผ่านกระบวนการปลูกฝังแนวคิดสุดโต่งแบบอิสลามิสต์
เมื่อผู้สื่อข่าวถามทรัมป์ที่ทำเนียบขาวว่า อิหร่านมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนเที่ยวบินจากดูไบไปยังเทลอาวีฟหรือไม่ ทรัมป์ตอบว่า “ผมจะบอกว่าคำตอบจากสิ่งที่ผมได้ยินคือ ใช่ แต่ตอนนี้เรากำลังดำเนินการตรวจสอบเรื่องนี้อยู่”
เมื่อถูกถามว่าสหรัฐจะตอบโต้หรือไม่ หากพบว่า อิหร่านเป็นผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ทรัมป์ตอบว่า “พวกเขาจะถูกโจมตีอย่างหนักมาก ไม่ต้องกังวล”
คำขู่ของทรัมป์เกิดขึ้น พร้อมกับการเสริมกำลังทางทหารของสหรัฐในภูมิภาคตะวันออกกลาง
Axios รายงานว่า เมื่อไม่นานมานี้ สหรัฐได้ส่งระบบขีปนาวุธแพทริออตเพิ่มเติมไปยังซาอุดีอาระเบียและกาตาร์ เพื่อช่วยปกป้องโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่สำคัญจากการโจมตีของอิหร่าน
UAE และซาอุดีอาระเบียเริ่มรวบรวมข้อมูลเพื่อเชื่อมโยงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในห้องโดยสาร
ซาอุดีอาระเบียระบุว่า นักบินผู้ช่วยถูกส่งตัวไปยัง UAE เมื่อวันพฤหัสบดี โดยมีทีมรักษาความปลอดภัยของเอมิเรตส์เดินทางไปด้วย พร้อมระบุว่า การสอบสวนเบื้องต้นพบว่าเขาได้ทำร้ายกัปตันของเครื่องบิน
การทำร้ายดังกล่าวทำให้เกิดการต่อสู้เพื่อควบคุมเครื่องบิน ก่อนที่เครื่องบินลงจอดฉุกเฉินในซาอุดีอาระเบีย ต่อมาผู้โดยสารได้เดินทางไปยังอิสราเอลด้วยเที่ยวบินทดแทน
“เราทราบว่าเขาผ่านกระบวนการปลูกฝังแนวคิดสุดโต่งแบบอิสลามิสต์” นายเนทันยาฮูกล่าวในรายการโทรทัศน์ “Fox & Friends” โดยไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม
“ผู้ก่อเหตุพูดกับลูกเรือว่า ‘ฆ่าผม ฆ่าผม’” นายเนทันยาฮูกล่าว พร้อมเสริมว่า “เห็นได้ชัดว่าเขามีความต้องการฆ่าตัวตาย”
นายเนทันยาฮูกล่าวว่า UAE จะเป็นผู้นำการสอบสวน ขณะที่อิสราเอลจะเข้าร่วมด้วย
เขาระบุว่านักบินผู้ช่วยเป็นชาวโอมาน และกล่าวว่า อิสราเอลจะตรวจสอบว่าชายคนดังกล่าวผ่านการตรวจสอบ และได้รับอนุญาตให้ทำงานในเที่ยวบินไปยังอิสราเอลได้อย่างไร
“เรามีข้อกำหนดที่ระบุว่าคุณไม่สามารถมีนักบินจากประเทศที่ไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิสราเอล เห็นได้ชัดว่าเขาสามารถผ่านกระบวนการดังกล่าวมาได้” นายเนทันยาฮูกล่าวกับ Fox News
นายเนทันยาฮูยังได้กล่าวชื่นชมกัปตันสมิต มัคชาร์ ซึ่งเป็นชาวอินเดีย รวมทั้งผู้โดยสารที่ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดหายนะ หลังจากนักบินผู้ช่วยถูกกล่าวหาว่าใช้มีดแทงกัปตันและพยายามทำให้เครื่องบินตก
ผู้โดยสารเล่าว่าพวกเขารีบเข้าไปในห้องนักบินและต่อสู้เพื่อแย่งชิงการควบคุม หลังจากเครื่องบินลดระดับลงอย่างรวดเร็ว โดยได้ลดระดับความสูงประมาณ 17,000 ฟุตภายในเวลาเพียง 1 นาที
เจ้าหน้าที่อิสราเอลเรียกเหตุการณ์ดังกล่าวว่า “ความพยายามก่อการร้าย” แม้ก่อนหน้านี้ นายเนทันยาฮูให้สัมภาษณ์กับ CBS News ว่า เขายังไม่ตัดความเป็นไปได้ว่าสาเหตุอาจเกี่ยวข้องกับปัญหาสุขภาพจิต
“ระหว่างเที่ยวบิน ขณะที่พวกเขากำลังเข้าใกล้ประเทศ หนึ่งในนักบินได้ใช้มีดแทงนักบินอีกคน และดูเหมือนว่าจะพยายามทำให้เครื่องบินตกพร้อมกับทุกคนที่อยู่บนเครื่อง” นายเนทันยาฮูกล่าวก่อนหน้านี้
นายเนทันยาฮูยังได้กล่าวชื่นชมกัปตันมัคชาร์ “สำหรับความกล้าหาญอย่างยิ่งของเขา”
เอกอัครราชทูตอินเดียประจำ UAE ได้เดินทางไปเยี่ยมกัปตันที่ได้รับบาดเจ็บ โดยสถานทูตระบุว่าเขามีสุขภาพแข็งแรงและกำลังฟื้นตัวได้ดี
นายนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย กล่าวยกย่องเขาว่า เป็นวีรบุรุษ โดยระบุว่าการกระทำของเขาช่วยรักษาชีวิตผู้คนบนเครื่องบิน
โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ




