ภาวะตลาดหุ้นไทย: แนวโน้มดัชนีเช้าฟื้นตัว ตัวเลขแรงงานสหรัฐต่ำคาด คลายกังวลเฟดเร่งขึ้นดอกเบี้ย

นักวิเคราะห์ฯ คาดหุ้นไทยเช้านี้ฟื้นตัวขึ้น หลังตัวเลขภาคแรงงานสหรัฐฯ ออกมาต่ำกว่าคาด ช่วยผ่อนคลายความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและการเร่งขึ้นดอกเบี้ยของเฟด ขณะที่ฟันด์โฟลว์เริ่มชะลอการไหลออก รับรู้ปัจจัยลบน้ำท่วมไปมากแล้ว ให้กรอบแนวรับ 1,560 จุด และแนวต้าน 1,585 จุด 

นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ, IAA ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กสิกรไทย เปิดเผยถึงแนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้านี้ [SET.X] ว่า โมเมนตัมตลาดมีทิศทางฟื้นตัวกลับขึ้นมา โดยมีปัจจัยหนุนหลักมาจากรายงานตัวเลขภาคแรงงานของสหรัฐฯ ในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาซึ่งออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ โดยการจ้างงานนอกภาคเกษตรขยายตัวเพียง 29,000 ตำแหน่ง จากตลาดคาด 90,000 ตำแหน่ง และอัตราการว่างงานปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 4.2% จาก 4.1% สูงกว่าคาด

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าภาคแรงงานในสหรัฐฯ ระยะสั้นเริ่มชะลอตัวลง ลดความกังวลเงินเฟ้อ ส่งผลให้โอกาสการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในการประชุมในครั้งถัดไปลดลงเหลือเพียงราว 22% เท่านั้น แม้ว่าในรอบถัดไปจะยังคงมีโอกาสปรับขึ้นอยู่ก็ตาม ปลดล็อกบรรยากาศการลงทุนในระยะสั้น และหนุนให้สินทรัพย์เสี่ยงฟื้นตัวขึ้น

สำหรับทิศทางกระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) ในช่วงที่ผ่านมาจะเห็นการขายสุทธิติดต่อกันราว 9 วัน มูลค่ารวมประมาณ 3.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งได้รับแรงกดดันจากความกังวลเรื่องสถานการณ์น้ำท่วมในประเทศ แต่ปัจจุบันมองว่าตลาดได้ตอบรับปัจจัยลบดังกล่าวไปค่อนข้างมากแล้ว โดยแรงขายมีจังหวะชะลอลง ประกอบกับสถานการณ์น้ำท่วมยังไม่รุนแรงมาก จึงคาดว่าแรงขายของนักลงทุนต่างชาติน่าจะเริ่มเบาลงและน่าจะกลับมาซื้อ

ให้กรอบแนวรับ 1,560 จุด และแนวต้าน 1,585 จุด

*ประเด็นพิจารณาการลงทุน

– ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (2 ต.ค.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] ปิดที่ 51,176.96 จุด เพิ่มขึ้น 250.40 จุด หรือ +0.49%  ดัชนี S&P500 [SP500.X] ปิดที่ 7,722.72 จุด เพิ่มขึ้น 56.27 จุด หรือ +0.73% และดัชนี Nasdaq [NASDAQ.X] ปิดที่ 27,190.86 จุด เพิ่มขึ้น 319.27 จุด หรือ +1.19% 

– ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้เปิดเช้านี้  ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ 69,113.74 จุด เพิ่มขึ้น 804.28 จุด หรือ +1.17% ตลาดหุ้นฮ่องกง ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] เปิดที่ระดับ 23,963.41 จุด ลดลง 8.88 จุด หรือ -0.04%  ส่วนตลาดหุ้นจีนปิดทำการวันนี้ เนื่องในวันชาติ และตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปิดทำการวันนี้ เนื่องในวันสถาปนาประเทศ

– ตลาดหุ้นไทย [SET.X] ปิดล่าสุด (2 ต.ค.) 1,571.62 จุด เพิ่มขึ้น 7.71 จุด (+0.49%) มูลค่าซื้อขาย 71,085.86  ล้านบาท

– นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ (2 ต.ค.) 844.55  ล้านบาท

– ราคาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ส่งมอบเดือน พ.ย. (2 ต.ค.) ลดลง 1.76 ดอลลาร์ หรือ 1.9% ปิดที่ 91.11  ดอลลาร์/บาร์เรล เช้านี้ราคาน้ำมัน WTI WTI [WTI.X] ปรับตัวขึ้น 46 เซนต์ หรือ 0.50% แตะที่ 91.57 ดอลลาร์/บาร์เรล 

– ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด ( 2 ต.ค..) อยู่ที่ 8.84 ดอลลาร์/บาร์เรล

– เงินบาทเปิด 33.56 ทรงตัว ตลาดรอปัจจัยใหม่ คาดกรอบวันนี้ 33.45-33.65  

– กระทรวงแรงงานสหรัฐ เปิดเผยว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้นเพียง 29,000 ตำแหน่งในเดือนก.ย. ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 89,000 ตำแหน่ง ส่วนอัตราการว่างงานเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 4.2% ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าทรงตัวที่ระดับ 4.1%

-“นายกฯ อนุทิน” นั่งหัวโต๊ะถกแผนรับมือน้ำท่วม จับตาฝนมาอีกระลอก สั่งเตรียมความพร้อมทุกระบบ ปภ.ระบุฝนแช่ที่ผ่านมาท่วม 31 จว. กรุงเทพฯ สาหัสสุด เดือดร้อนกว่า 3.5 ล้านคน กรมชลฯ เผยหลายเขื่อนลุ่มน้ำเจ้าพระยายังมีพื้นที่รับน้ำได้อีก ยกเว้นบางเขื่อนที่เกินความจุแล้ว เตือน 11 จว.เกาะติดหลังเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มระบายน้ำ 

-กกร.ต้านคอร์รัปชั่น จี้รัฐแก้กฎหมายลดดุลพินิจ ปิดช่องรับสินบน “ปกรณ์” รับลูก รื้อกฎกระทรวงกว่า 7,600 ฉบับ ลดขนาดข้าราชการ เปลี่ยนผ่านสู่ Digital Government ขณะที่ ป.ป.ท.ปรับใหญ่ อุดช่องโหว่ทุจริตตั้งแต่ต้นทาง ด้าน ธปท.เตรียมออกประกาศตัดเส้นทางการเงิน ออกกฎห้ามธุรกรรมกับเงินเทา-พนันออนไลน์ 

-น้ำท่วมกระแทกเศรษฐกิจไทยโค้งท้าย ฉุด GDP Q3 เหลือโต 1.7-1.8% ทั้งปีจ่อขยายตัวแค่ 2.1% ต่ำกว่าปี 68 ห่วงโซ่เกษตรเสียหาย 6.9 หมื่นล้านบาท จับตาซัพพลายช็อกลาม Q4 วัตถุดิบอาหารขาดช่วง กระทบการผลิต-ส่งออก ดันเงินเฟ้อ ก.ย.แตะ 3% สภาพัฒน์เกาะติดการลงทุน-ส่งออกประคองเศรษฐกิจ ท่องเที่ยว-ค้าปลีกปรับแผนรับมือ 

-กทม. ลุยแผน 5-7 ปี แสนล้าน บูรณาการ ป้อง “มหานคร” หลังน้ำท่วมใหญ่ ปรากฎการณ์ฝนแช่นาน ทำโซนตะวันออกกรุงเทพฯจมบาดาล ลุยขุดลอกคลองเก่า-ขุดคลองใหม่ เพิ่มแก้มลิง-อุโมงค์ยักษ์ ทำผังน้ำ มาตรการทางผังเมือง รับมือระยะยาว 

-กางแผน 10 ปี ไทยเร่งสปีด “เมดิคัล & เวลเนส ฮับ” ขุมพลังใหม่ปลุกเศรษฐกิจ จุดพลุ “5 ฮับแฟล็กชิป” ยกระดับสู่ “อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร” ขณะที่อุตฯสุขภาพและความงามไทยติดท็อป 3 โลกโดดเด่น Natural product ส่วนภาคบริการ “บีดีเอ็มเอส” ชงตั้ง เวลเนส แซนด์บ็อกซ์ “รพ.พระรามเก้า” ดันรายได้ต่างชาติพุ่ง 29% 

-“บีโอไอ” กางมาตรการหนุนลงทุนฮับการแพทย์ ส่งเสริมครอบคลุมการผลิตยา วัคซีนอาหารทางการแพทย์ เครื่องมือแพทย์ เวชภัณฑ์ หุ่นยนต์การแพทย์ ซอฟต์แวร์ แอปพลิเคชัน HealthTech & MedTech รวมถึงวิจัยทางคลินิก สนับสนุนบริหารวิจัยทางคลินิก ศูนย์วิจัยทางคลินิกเผย 5 ปีครึ่ง ส่งเสริมลงทุน 123 โครงการ มูลค่า 38,600 ล้าน 

-“ททท.” เดินหน้าเปลี่ยนจุดแข็งประเทศไทย ปั้นมูลค่าเศรษฐกิจชู “ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพแบบองค์รวม” หนุนไทย “Global Health & Healing Destination” ผ่านการแพทย์ครบวงจร ดูแลสุขภาพเชิงวิทยาศาสตร์ ภูมิปัญญาไทย “ทริปดอทคอม”เผยเทรนด์จองทริปเวลเนสทั่วโลกโตเฉียด 40%อสังหาฯ โรงแรม เร่งต่อจิ๊กซอว์ 

– “เอกนิติ” สั่งเร่งรัดเบิกจ่ายงบปี 70 อัดฉีด 4.31 ล้านล้านบาท จี้รัฐวิสาหกิจลุยลงทุน หวังกระตุ้นเศรษฐกิจ มั่นใจน้ำท่วมกระทบเศรษฐกิจเพียง 0.1% ส่งผล GDP ปี 69 ขยายตัว 2.5% ตามคาด ดันมาตรการรัฐพยุงกำลังซื้อ มุ่งช่วยธุรกิจ SME กลุ่มฐานราก ยันประเทศไทยยังมีความพร้อมจัดประชุม World Bank-IMF 2026 เวทีโอลิมปิกการเงินโลก 

-“อนุทิน” จีบ Airbus ยกระดับความร่วมมือกับไทย เพิ่มการลงทุน–ถ่ายทอดเทคโนโลยี ดันใช้เชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืนจากวัตถุดิบเกษตรไทย พร้อมตั้ง Center of Excellence ต่อยอดการบิน–อวกาศ 

-ธปท. หวั่นหนี้สาธารณะ ภาระดอกเบี้ย ฉุดฐานะการคลังด้อยลง ยันระบบการเงินยังมีเสถียรภาพ ห่วงความขัดแย้งตะวันออกกลางยืดเยื้อกระทบภาคอสังหาริมทรัพย์ เอสเอ็มอี. ครัวเรือน 

-ส.อ.ท.จับตาสถานการณ์อุทกภัย เร่งช่วยผู้ประกอบการรับมือความเสียหาย ตั้ง War Room ผนึกเครือข่ายทั่วประ เทศ ด้านคมนาคมเกาะติดวันที่ 4-7 ต.ค. เตรียมแผนรับมือเชิงรุก ดูแลเที่ยวบินต่อเนื่อง 

 *หุ้นเด่นวันนี้

–DELTA (ฟินันเซีย ไซรัส)  “ซื้อ” ราคาเป้าหมายปี 2570 ที่ 290 บาท ได้ Sentiment บวกจากหุ้น Tech ที่ฟื้นหลังการจ้างงานสหรัฐฯต่ำกว่าคาด ขณะที่กำไร ไตรมาส 3/69 คาดเร่งเป็น 8.3 พันลบ. (+37% q-q, +12% y-y) จาก Gross Margin ที่ฟื้นและ Demand AI Data Center ที่แข็งแกร่ง ส่วน ไตรมาส 4/69 คาดกำไรทำจุดสูงสุดใหม่ทะลุ 1 หมื่นลบ.

-AWC (กสิกรไทย) “ซื้อ” ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2570 ที่ 3.74 บาท จากการประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวันที่ 2 ต.ค. เรามองว่า AWC จะสามารถบันทึกกำไรที่สูงขึ้น จ่ายเงินปันผลเพิ่มขึ้น และสร้างมูลค่าเพิ่มได้ เรามีมุมมองเชิงบวกจากการประชุม โดยคาดว่า 1) จะมีกำไรสุทธิจากการขายสินทรัพย์ 8.2 พันลบ. 2) เงินปันผลต่อหุ้น (DPS) ปี 2570 ที่ 0.10 บาทและ 3)มูลค่ายุติธรรมเพิ่มขึ้น 5.5 พันลบ. คงคำแนะนำ”ซื้อ” ด้วยราคาเป้าหมายสิ้นปี 2570 ที่ 3.74 บาท จาก PavPAR ในไตรมาส 3/69 ที่เติบโตมากกว่า 20%YoY และยอดจองที่แข็งแกร่งในไตรมาส 4/69 

-HANA (เคจีไอ) เป้าพื้นฐาน 63 บาท 1) ประเมินแนวโน้มกำไรไตรมาส 3/69 ฟื้นตัวดี ตามการส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ ฝ่ายวิจัยฯคาดกำไรไตรมาส 3/69 =305 ล้านบาท (+702% YoY +10% QoQ) และอยู่ในธีมผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อมโยงกับธีมการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน Data center + AI (วัฏจักรใหญ่ยังเป็นขาขึ้นต่ออีกอย่างน้อย 1 – 2 ปี) รวมทั้งค่าเงินบาทที่แนวโน้มอ่อนค่าหนุน Sentiment หุ้นส่งออก 2)ประเมินราคาหุ้น Sideway up มีโอกาสทำจุดสูงใหม่ ประเมินแนวรับ 51.75 บาท/ แนวต้าน 54.5 – 56.5 บาท

โดย วรินทร ศิรินอก/รัชดา คงขุนเทียน