
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยข้อมูล สถานการณ์น้ำท่วมในขณะนี้ว่า ปัจจุบันมีพื้นที่ที่ระดับน้ำเริ่มลดลง ได้แก่ ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา และสุพรรณบุรี ขณะที่พื้นที่ชลบุรีและพนัสนิคม สถานการณ์มีแนวโน้มดีขึ้น
ส่วนพื้นที่ที่ยังต้องเฝ้าระวัง ได้แก่ พื้นที่ภาคตะวันตก โดยเฉพาะราชบุรี กาญจนบุรี และสมุทรสงคราม เนื่องจากมีแนวโน้มว่าจะมีปริมาณฝนเพิ่มขึ้นในช่วงวันที่ 10 – 12 ตุลาคม 2569 ขณะที่จังหวัดปทุมธานี การระบายน้ำยังค่อนข้างช้า และมีน้ำบางส่วนมาจากทางองครักษ์ นอกจากนี้ ยังต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ในจังหวัดฉะเชิงเทราและปราจีนบุรีด้วย
สำหรับสถานการณ์น้ำจากภาคเหนือ วันนี้วัดปริมาณน้ำที่นครสวรรค์ได้ 1,915 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำอยู่ที่ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และในช่วงบ่ายจะเริ่มลดการระบายลงมาอยู่ที่ 2,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยจะทยอยลดการระบายลงชั่วโมงละ 20 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
ด้านลุ่มน้ำแม่กลอง ยังคงต้องเฝ้าระวังพื้นที่ราชบุรี กาญจนบุรี เพชรบุรี และสมุทรสงคราม เนื่องจากมีปริมาณฝนที่จะเข้ามาเติม รวมถึงต้องติดตามการระบายน้ำของเขื่อนอย่างใกล้ชิด ส่วนลุ่มน้ำบางปะกง ในช่วงนี้มีภาวะน้ำทะเลหนุนสูง ส่งผลให้การระบายน้ำเป็นไปได้ช้า จึงยังต้องเฝ้าระวังในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทราและปราจีนบุรี
สำหรับแนวโน้มฝนในช่วงวันที่ 7 – 13 ตุลาคม 2569 วันนี้ จะมีฝนมากบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออก โดยวันที่ 9 ตุลาคม จะมีฝนบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างและภาคใต้ วันที่ 10 ตุลาคม มีฝนในทุกภาค โดยมีฝนตกหนักบริเวณตอนล่างของภาคใต้ ภาคตะวันตก และบริเวณชายฝั่งจังหวัดระยอง วันที่ 11 ตุลาคม มีฝนบริเวณภาคตะวันตก ขณะที่วันที่ 12 ตุลาคม มีฝนบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันตก และวันที่ 13 ตุลาคม ปริมาณฝนจะทยอยลดลง
*น้ำเหนือเริ่มคลี่คลาย-เฝ้าระวังลุ่มน้ำแม่กลอง
ด้านนายธวัชชัย ไตรวารี ผู้อำนวยการส่วนประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน เปิดเผยว่า ปริมาณน้ำจากฝนที่ตกในพื้นที่ตอนบน โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่และน่าน ขณะนี้เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนภูมิพล ยังสามารถรองรับน้ำได้ จึงไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ตอนล่าง โดยการระบายน้ำด้านท้ายเขื่อนจะควบคุมให้อยู่ในระดับต่ำที่สุด และจะระบายเท่าที่จำเป็นต่อการอุปโภคบริโภค การรักษาระบบนิเวศ และการเกษตรของประชาชน
สำหรับเขื่อนเจ้าพระยา วันนี้ที่นครสวรรค์ ปริมาณน้ำไหลอยู่ที่ประมาณ 1,915 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ลดลงจากเมื่อวานประมาณ 30–40 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที สถานการณ์และแนวโน้มโดยรวมเริ่มดีขึ้น โดยกรมชลประทานบริหารจัดการน้ำด้วยการทำสมดุลระหว่างปริมาณน้ำด้านเหนือ ด้านข้าง และด้านท้าย เพื่อควบคุมระดับน้ำให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ได้ปรับลดการระบายน้ำจากเดิม 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เหลือ 2,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยทยอยลดการระบายตั้งแต่เวลา 08.00 น. และจะมีการปรับลดเพิ่มเติมในช่วงเวลา 13.00 น.
แนวโน้มสถานการณ์น้ำในพื้นที่เริ่มดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง การลดการระบายน้ำจะส่งผลให้ระดับน้ำลดลงอีกประมาณ 10–25 เซนติเมตร และมีแนวโน้มดีขึ้นเป็นลำดับ สำหรับน้ำในส่วนนี้จะไหลผ่านพื้นที่จังหวัดชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี กรุงเทพมหานคร และสมุทรปราการ ก่อนระบายออกสู่อ่าวไทย โดยจะบริหารจัดการไม่ให้น้ำไหลเข้าสู่พื้นที่ชุมชนและพื้นที่สำคัญจนได้รับผลกระทบ และระบายออกสู่อ่าวไทยโดยตรง
สำหรับพื้นที่ภาคตะวันตก ในลุ่มน้ำแม่กลอง กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า จะมีฝนตกเพิ่มขึ้นในช่วงต่อจากนี้ กรมชลประทานจึงได้เตรียมความพร้อมในการบริหารจัดการน้ำเหนือเขื่อนแม่กลอง เพื่อรองรับปริมาณน้ำที่จะเพิ่มขึ้น โดยในพื้นที่อำเภอไทรโยคมีน้ำล้นตลิ่งในบางจุด
วันนี้ปริมาณน้ำที่ไหลผ่านเขื่อนแม่กลองมีการระบายอยู่ที่ประมาณ 1,100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน ส่งผลให้พื้นที่ท้ายน้ำ ได้แก่ จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี และสมุทรสาคร มีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นจากเมื่อวานประมาณ 40–50 เซนติเมตร อย่างไรก็ตาม คาดว่า ปริมาณน้ำที่จะเพิ่มเข้ามาจะส่งผลกระทบในระดับใกล้เคียงกับช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากปริมาณฝนในรอบนี้น้อยกว่ารอบก่อน
สำหรับภาคตะวันตกและพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี กรมชลประทานยังคงควบคุมการระบายน้ำจากเขื่อนแก่งกระจาน โดยระบายน้ำประมาณ 10 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายน้ำ ขณะที่ปริมาณน้ำที่ไหลเข้าสู่หน้าเขื่อนเพชรอยู่ที่ประมาณ 160 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งเขื่อนมีศักยภาพรองรับน้ำได้ประมาณ 320 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หรือขณะนี้มีปริมาณน้ำอยู่ประมาณครึ่งหนึ่งของศักยภาพการรองรับ ปัจจุบันมีการระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนเพชรเข้าสู่พื้นที่ตัวเมืองเพชรบุรีประมาณ 75 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่ศักยภาพของลำน้ำที่ไหลผ่านตัวเมืองเพชรบุรีสามารถรองรับได้ถึง 150 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จึงยังไม่มีผลกระทบต่อพื้นที่เขตเมืองเพชรบุรีจากการระบายน้ำในขณะนี้
พื้นที่ที่ยังคงต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษอยู่ในภาคตะวันออก โดยเฉพาะพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำบางปะกง ซึ่งเป็นจุดบรรจบของแม่น้ำนครนายกและแม่น้ำปราจีนบุรี สำหรับแม่น้ำนครนายก สถานการณ์ในพื้นที่ตอนบนเริ่มดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่บริเวณตอนล่างในพื้นที่อำเภอองครักษ์ ปริมาณน้ำค่อนข้างทรงตัว เนื่องจากได้รับอิทธิพลจากระดับน้ำทะเลและปริมาณน้ำจากฝั่งปราจีนบุรีที่ไหลมาบรรจบกัน
สำหรับลำน้ำปราจีนบุรี ตั้งแต่พื้นที่จังหวัดสระแก้วและจังหวัดปราจีนบุรีตอนบน ปริมาณน้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง ก่อนจะไหลลงมายังพื้นที่ตัวเมืองปราจีนบุรี ซึ่งขณะนี้แนวโน้มระดับน้ำเริ่มลดลง แต่เป็นการลดลงอย่างช้า ๆ
ในส่วนของทุ่งรับน้ำ ได้แก่ ทุ่งท่าแหและทุ่งบางปะกงปัจจุบันยังมีปริมาณน้ำอยู่ในพื้นที่ โดยจะทยอยระบายออกตามระบบชลประทาน ทั้งนี้ ปริมาณน้ำที่ระบายลงมาอาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้แก่ อำเภอบางน้ำเปรี้ยว บางคล้า พนมสารคาม และอำเภอเมือง โดยอาจทำให้ระดับน้ำทรงตัวถึงเพิ่มสูงขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากขณะนี้ยังได้รับอิทธิพลจากภาวะน้ำทะเลหนุน อย่างไรก็ตาม หลังจากระดับน้ำทะเลเข้าสู่ช่วงขาลง สถานการณ์มีแนวโน้มที่จะเริ่มดีขึ้น
ขณะเดียวกัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกองทัพเรือและกรมชลประทาน ได้ระดมเครื่องจักร เครื่องมือ และเรือผลักดันน้ำเข้าติดตั้งในพื้นที่ เพื่อเร่งการระบายน้ำและลดผลกระทบต่อประชาชน โดยคาดว่าสถานการณ์จะค่อย ๆ คลี่คลายและดีขึ้นเป็นลำดับ
*สถานการณ์น้ำ กทม. ถนนสายหลักบางแห่งน้ำท่วมสูง
ด้านนายปริญญา จันทคุปต์ ผู้อำนวยการส่วนวิชาการจัดการคุณภาพน้ำ สำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ยังคงมีฝนตกกระจายทั่วพื้นที่กรุงเทพมหานคร ส่งผลให้ถนนสายหลักบางแห่งมีน้ำท่วมสูง ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยง ได้แก่ ถนนฉลองกรุง บริเวณสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ถนนสุวินทวงศ์ บริเวณแยกเมืองมีน และถนนลาดกระบัง บริเวณแยกจระเข้น้อย
ขณะที่พื้นที่ลาดกระบัง มีน้ำท่วมขังจากฝนตกหนักเมื่อวานนี้ กรุงเทพมหานครเร่งระบายน้ำออกโดยเร็ว ส่วนพื้นที่มีนบุรี หนองจอก สะพานสูง และสายไหม ได้เดินเครื่องสูบน้ำและเปิดประตูระบายน้ำเพื่อควบคุมและเร่งระบายน้ำ
ด้านการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ปัจจุบันมีผู้ลงทะเบียนผ่านระบบ claim.bangkok.go.th แล้วกว่า 56,000 ราย โดย 3 เขตที่มีผู้ลงทะเบียนมากที่สุด ได้แก่ ลาดกระบัง บางกะปิ และสายไหม ส่วนความช่วยเหลือที่ลงทะเบียนมากที่สุด ได้แก่ ค่าดำรงชีพ ค่าซ่อมแซมบ้าน และค่าเครื่องมือและทุนประกอบอาชีพ
โดย ฐานิสร์ ทองนอก/รัชดา คงขุนเทียน





