สหรัฐฯ ส่งนักโทษประหารหญิงกลับเรือนจำ หลังรอดชีวิตจากกระบวนการฉีดสารพิษล้มเหลว

ทีมทนายความเปิดเผยว่า คริสตา ไพค์ นักโทษประหารหญิงของสหรัฐฯ ได้รับอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลแล้วเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (10 ต.ค.) และถูกส่งตัวกลับเข้าเรือนจำเพื่อรับการรักษาพยาบาลอย่างต่อเนื่อง หลังรอดชีวิตจากกระบวนการฉีดสารพิษประหารชีวิตที่เกิดความผิดพลาดในรัฐเทนเนสซี

แถลงการณ์ร่วมจากสตีเฟน เฟอร์เรลล์ และลูค ไอห์เนน ทนายความจากสำนักงานทนายความแก้ต่างของรัฐบาลกลางประจำภาคตะวันออกของรัฐเทนเนสซี พร้อมด้วยแรนดี สไปวีย์ และเคลลี กลีสัน จากสำนักงานทนายความแก้ต่างหลังคำพิพากษาประจำรัฐเทนเนสซี ระบุว่า ไพค์ได้ออกจากโรงพยาบาลท้องถิ่นแล้ว และขณะนี้ถูกนำตัวกลับไปยังทัณฑสถานหญิง เดบรา เค. จอห์นสัน ซึ่งเป็นเรือนจำที่คุมขังเธอมานานกว่า 30 ปี

ไพค์ ซึ่งต้องโทษประหารชีวิตจากคดีฆาตกรรมเพื่อนร่วมชั้นเรียนเมื่อปี 2538 ได้ฟื้นคืนสติในโรงพยาบาลด้วยอาการ “โกรธและสับสน” ในสัปดาห์นี้ และยังคงต้องพักฟื้นร่างกายอีกยาวนาน หลังรอดชีวิตจากความพยายามประหารชีวิตเมื่อวันที่ 30 ก.ย. ที่ผ่านมา โดยก่อนหน้านี้ทีมทนายความแสดงความวิตกว่าเธออาจตกอยู่ในภาวะสมองตาย

ก่อนหน้านี้ ไพค์ วัย 50 ปี ถูกนำตัวออกจากห้องประหารชีวิต ณ เรือนจำความมั่นคงสูงสุดริเวอร์เบนด์ ในเมืองแนชวิลล์ ส่งโรงพยาบาลเป็นการด่วนในสภาพหมดสติ อาการอยู่ในขั้นวิกฤต และได้รับบาดเจ็บรุนแรงที่บริเวณแขน หลังเจ้าหน้าที่พยายามให้สารพิษเข้าสู่ร่างกายถึง 2 โดส แต่ไม่สามารถปลิดชีพเธอได้

ขณะเดียวกัน ผู้พิพากษาศาลรัฐเทนเนสซีได้มีคำสั่งในสัปดาห์นี้ ให้เจ้าหน้าที่รัฐเก็บรักษาพยานหลักฐานทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับความล้มเหลวในการประหารชีวิตครั้งนี้ โดยทนายความของเธอรายหนึ่งระบุว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวถือเป็น “ก้าวแรกจากอีกหลายก้าวในการพิทักษ์และคุ้มครองสิทธิตามรัฐธรรมนูญของเธอ”

ทางด้าน บิล ลี ผู้ว่าการรัฐเทนเนสซี ได้สั่งระงับการประหารชีวิตนักโทษทุกรายตลอดช่วงที่เหลือของปีนี้ เพื่อเปิดทางให้คณะผู้ตรวจสอบเข้าสืบสวนข้อผิดพลาดจากการประหารชีวิตไพค์ รวมถึงกรณีความล้มเหลวในลักษณะเดียวกันที่เกิดขึ้นกับ โทนี คาร์รูเธอร์ส เมื่อเดือนพ.ค. ที่ผ่านมา หลังเจ้าหน้าที่เรือนจำประสบปัญหาไม่สามารถเปิดเส้นหลอดเลือดดำเพื่อให้สารพิษได้

โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต

ข่าวล่าสุด