เตือนภาคใต้รับมือฝนตก! นายกฯ สั่งยกระดับมาตรการป้องกัน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยและความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือประชาชน โดยระบุว่า เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ได้เดินทางไปประชุมร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ทุกจังหวัด ณ จังหวัดปัตตานี เพื่อเตรียมความพร้อมและวางมาตรการรองรับสถานการณ์น้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้น

สำหรับพื้นที่เสี่ยงในภาคใต้ ยังคงเป็นจังหวัดเดิมๆ ได้แก่ พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะจังหวัดนราธิวาสที่มีปัญหาน้ำหลาก รวมถึง สงขลา ปัตตานี สตูล และตรัง ซึ่งมักเกิดอุทกภัยเป็นประจำ 

อย่างไรก็ตาม ในปีนี้พื้นที่จังหวัดสงขลาได้มีการยกระดับมาตรการป้องกันหลายด้าน อาทิ การขุดลอกคูคลอง การเพิ่มพื้นที่แหล่งรับน้ำ และการปรับปรุงเส้นทางระบายน้ำลงสู่ทะเลสาบสงขลา

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงความคืบหน้าโครงการปรับปรุงคลองระบายน้ำ สาย 1 (คลอง ร.1) ว่า รัฐบาลได้อนุมัติงบกลางจำนวนประมาณ 700–800 ล้านบาท ไปเมื่อหลายเดือนก่อนเพื่อดำเนินการเร่งด่วน ซึ่งจากการติดตามงานพบว่ามีความคืบหน้าไปด้วยดี และย้ำว่าการก่อสร้างจะต้องเสร็จสิ้นให้ทันรองรับฤดูน้ำหลากที่จะถึงนี้ โดยมีกรมชลประทานติดตามการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ได้มอบหมายให้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม พร้อมด้วย นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ลงพื้นที่กำกับดูแลและติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ภาคใต้อย่างใกล้ชิด 

สำหรับการประเมินของ บกปภ.ช. พบว่า สถานการณ์น้ำและสภาพอากาศประจำวันที่ 12 ตุลาคม 2569 ว่า ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีฝนตกหนักบริเวณภาคตะวันตก สูงสุดที่อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี 236 มิลลิเมตร ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากในจังหวัดกาญจนบุรีและราชบุรี รวมถึงน้ำท่วมเขตเมืองเพชรบุรี ซึ่งสถานการณ์คลี่คลายแล้ว ขณะที่กรุงเทพมหานครมีปริมาณฝนลดลงจนไม่มีฝนตก ส่วนระดับน้ำในลุ่มน้ำต่าง ๆ มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยปริมาณน้ำในเขื่อนทั่วประเทศอยู่ที่ร้อยละ 83 ของความจุรวม เขื่อนวชิราลงกรณและเขื่อนศรีนครินทร์มีน้ำใกล้เต็มความจุ ขณะที่เขื่อนแก่งกระจานและเขื่อนหนองปลาไหลมีน้ำเต็มความจุแล้ว

สำหรับสถานการณ์น้ำทะเล ขณะนี้ไม่มีภาวะน้ำทะเลหนุนสูง จึงสามารถระบายน้ำลงสู่อ่าวไทยได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยคาดว่าจะมีน้ำทะเลหนุนสูงอีกครั้งในวันที่ 27 – 31 ตุลาคม 2569 ส่วนการพยากรณ์อากาศในวันนี้ คาดว่าจะมีฝนตกเฉพาะภาคใต้ ขณะที่ประเทศไทยตอนบนไม่มีฝน โดยระยะต่อไปจะเน้นเฝ้าระวังพื้นที่ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีถึงจังหวัดนราธิวาสอย่างใกล้ชิด

*สถานการณ์ภาพรวมใกล้เข้าสู่ภาวะปกติ 

สำหรับสถานการณ์อุทกภัยในภาพรวมมีแนวโน้มคลี่คลายลงอย่างต่อเนื่อง หลายพื้นที่กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว แม้ช่วงที่ผ่านมามีฝนตกหนักในหลายจังหวัด แต่ด้วยการเตรียมความพร้อมและการบูรณาการความร่วมมือของทุกหน่วยงาน ทำให้สามารถบริหารจัดการสถานการณ์และช่วยเหลือประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ด้านการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบภัย กระทรวงมหาดไทยได้โอนเงินเยียวยาแล้ว 5 รอบ จำนวน 135,782 ครัวเรือน รวมเป็นเงิน 1,069,898,000 บาท พร้อมกำชับให้ทุกจังหวัดเร่งสำรวจและตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับเงินเยียวยาครัวเรือนละ 9,000 บาท โดยให้ทยอยส่งข้อมูลและโอนเงินเป็นรายวัน ไม่จำเป็นต้องรอรวบรวมรายชื่อให้ครบทั้งหมด เพื่อให้ประชาชนได้รับความช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และเป็นธรรม

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ชื่นชมผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรีและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสามารถบริหารจัดการสถานการณ์น้ำท่วมจากฝนตกหนักจนมีน้ำไหลหลากเข้าท่วมบางส่วนของอำเภอเมือง โดยเร่งระบายน้ำและควบคุมสถานการณ์จนกลับสู่ภาวะปกติได้ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง 

นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า แม้ไม่สามารถห้ามฝนได้ แต่สามารถบริหารจัดการทางเดินของน้ำได้ และขอให้เตรียมกำลังเจ้าหน้าที่และแผนอพยพประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เพื่อลดผลกระทบและความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สิน โดยให้นำรูปแบบการทำงานดังกล่าวไปปรับใช้กับจังหวัดอื่น รวมถึงพื้นที่ภาคใต้

สำหรับการฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัย นายกรัฐมนตรีสั่งการให้ทุกหน่วยงานเร่งฟื้นฟูระบบสาธารณูปโภค บ้านเรือนประชาชน และเส้นทางคมนาคมที่ได้รับความเสียหาย เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว พร้อมเร่งดำเนินการช่วยเหลือภายใต้ระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ ซึ่งรัฐบาลจัดให้มีความคุ้มครองประมาณ 30 ล้านครัวเรือน ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 

โดยให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ประสานสำนักงาน คปภ. กำหนดแนวทางและกระบวนการติดตามการจ่ายเงินค่าสินไหมทดแทนให้รวดเร็วและเป็นธรรม ขณะเดียวกัน ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขังอย่างใกล้ชิด พร้อมระดมกำลังเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรกลเร่งระบายน้ำและฟื้นฟูพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึง การที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับนานาชาติ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการจราจรในกรุงเทพมหานคร จึงขอความร่วมมือหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนพิจารณาปรับรูปแบบการทำงานเป็น Work from Home ตามความเหมาะสม เพื่อลดปริมาณการเดินทางในช่วงการประชุม

นายกรัฐมนตรี เน้นย้ำให้เร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการระบายน้ำและการกักเก็บน้ำ รวมถึงผลักดันโครงการคลองระบายน้ำหลากชัยนาท–ป่าสัก–อ่าวไทย ซึ่งเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปีงบประมาณ 2570 เป็นต้นไป พร้อมจัดทำแผนระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว โดยมุ่งปรับการจัดสรรงบประมาณจากการเยียวยาความเสียหายไปสู่การลงทุนป้องกันอุทกภัยอย่างยั่งยืน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดโดยไม่เพิ่มภาระงบประมาณ

*ข้อสั่งการสำคัญ 4 ประการ ดังนี้

1. เร่งแก้ไขพื้นที่น้ำท่วมขังเป็นเวลานาน กำชับผู้ว่าราชการจังหวัดติดตามสถานการณ์และการแก้ไขปัญหาอย่างใกล้ชิด โดยให้ปรับแผนการดำเนินงานให้เหมาะสม พร้อมกำหนดกรอบเวลาการแก้ไขปัญหาให้ชัดเจน และรายงานความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

2. เร่งจ่ายเงินเยียวยาให้ประชาชนทุกวัน ไม่มีวันหยุด สั่งการให้จังหวัด อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งตรวจสอบคำขอรับเงินเยียวยาที่ยังค้างอยู่ พร้อมเร่งดำเนินการตามขั้นตอนให้รวดเร็ว เพื่อให้ประชาชนได้รับเงินช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์โดยเร็วที่สุด โดยเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ดำเนินงานทุกวัน ไม่มีวันหยุด

3. สื่อสารและแจ้งเตือนประชาชนให้รวดเร็วและเข้าใจง่าย กำชับให้ทุกหน่วยงานสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้อง ตรงกัน และทันต่อสถานการณ์ โดยใช้ภาษาที่เข้าใจง่ายและแจ้งเตือนผ่านทุกช่องทาง รวมถึงใช้กลไกผู้นำชุมชน หอกระจายข่าว และวิทยุสื่อสาร เพื่อให้ประชาชนรับทราบข้อมูลอย่างทั่วถึงและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ได้ทันท่วงที

4. เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ ลดปัญหาน้ำท่วมขัง เน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งกำจัดขยะและสิ่งกีดขวางทางน้ำ ทั้งในท่อระบายน้ำ คลอง และลำน้ำ เพื่อเปิดทางให้น้ำไหลสะดวก เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ และลดปัญหาน้ำท่วมขังในช่วงที่มีฝนตกหนัก

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานบูรณาการการทำงานอย่างใกล้ชิด เร่งแก้ไขปัญหาและให้การดูแลและช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตตามปกติโดยเร็ว

โดย ฐานิสร์ ทองนอก/รัชดา คงขุนเทียน