
กระทรวงแรงงานได้เสนอเรื่องเพื่อทราบต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เกี่ยวกับการขยายเวลาการเริ่มจัดเก็บเงินสะสมและเงินสมทบเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างออกไปอีก 3 เดือน โดยเลื่อนจากกำหนดการเดิมที่จะเริ่มจัดเก็บในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ออกไปเป็นเริ่มจัดเก็บในวันที่ 1 มกราคม 2570
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ครั้งที่ 10/2569 เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานได้จัดขึ้นเพื่อหาแนวทางช่วยเหลือเยียวยาลูกจ้างและนายจ้าง โดยผู้แทนทั้งฝ่ายลูกจ้างและนายจ้างต่างมีความเห็นในทิศทางเดียวกันให้ชะลอการจัดเก็บเงินสะสมและเงินสมทบออกไปก่อนด้วยเหตุผลความจำเป็นสำคัญ ดังนี้
1. ผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย เหตุการณ์น้ำท่วมในช่วงปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมาส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง สถานประกอบกิจการบางส่วนต้องหยุดหรือชะลอการดำเนินงาน ทำให้รายได้ลดลง ขณะที่พี่น้องแรงงานบางส่วนขาดรายได้ การเดินทางและการทำงานหยุดชะงัก อีกทั้งยังต้องแบกรับค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมที่อยู่อาศัยและการดำรงชีพ
2. แรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจ เศรษฐกิจไทยยังเผชิญกับความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ปัญหาความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ความผันผวนของราคาพลังงาน และความตึงเครียดทางการค้า ซึ่งกระทบต่อต้นทุนการผลิต การส่งออก และกำลังซื้อของประชาชน
3. การประคับประคองสภาพคล่องและการจ้างงานภาคธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่ม SME จำเป็นต้องบริหารสภาพคล่องอย่างระมัดระวังเพื่อเร่งฟื้นฟูกิจการ หากกิจการฟื้นตัวช้าก็อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในการจ้างงานได้
“การเริ่มจัดเก็บเงินสะสมและเงินสมทบในทันทีตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 จะเป็นการเพิ่มภาระทางการเงินให้แก่ทั้งนายจ้างและลูกจ้างซ้ำเติมจากวิกฤต กระทรวงแรงงานจึงเห็นควรให้เลื่อนระยะเวลาการจัดเก็บออกไปเป็นวันที่ 1 มกราคม 2570 เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้ฟื้นตัวอย่างเต็มที่” นายจุลพันธ์ ระบุ
โดย รัชดา คงขุนเทียน





