
เครือข่ายประชาชนต่อต้านธนาคารโลกและไอเอ็มเอฟ รวมพลครั้งใหญ่ระหว่างวันที่ 15-16 ต.ค. นี้ นัดปักหลักค้างคืนพร้อมเคลื่อนขบวนจากแยกศุลกากรเข้าศูนย์ฯ สิริกิติ์ เพื่อแสดงจุดยืนคัดค้านทุนล้างโลก และเปิดโอกาสให้ประชาชนเป็นผู้กำหนดอนาคตเอง
โดยกลุ่มเครือข่ายประชาชนต่อต้านธนาคารโลกและไอเอ็มเอฟ ประกาศนัดหมายมวลชนรวมตัวชุมนุมครั้งใหญ่ระหว่างวันที่ 15 – 16 ต.ค. 69 โดยนัดหมายรวมพล ณ บริเวณแยกศุลกากร ตั้งแต่เวลา 08.00 น. ก่อนจะเริ่มเคลื่อนขบวนประชาชนมุ่งหน้าไปยังศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
ในการชุมนุมในครั้งนี้ จัดขึ้นภายใต้เจตนารมณ์คัดค้านการดำเนินงานของธนาคารโลก (World Bank) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) โดยกลุ่มผู้ชุมนุมเน้นย้ำข้อเรียกร้องให้หยุดกลุ่มทุนล้างโลก และเปิดโอกาสให้ประชาชนเป็นผู้กำหนดอนาคตของตนเอง พร้อมประกาศเจตนารมณ์ไม่เอานโยบายเศรษฐกิจที่กดทับคนจน สร้างความเหลื่อมล้ำ และทำลายธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ทั้งนี้ เครือข่ายประกาศว่า จะมีการปักหลักค้างคืนในพื้นที่ชุมนุมดังกล่าวด้วย
*เปิดข้อเรียกร้องเครือข่ายประชาชนฯ
นายเลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ ตัวแทนเครือข่ายประชาชนต่อต้านธนาคารโลกและไอเอ็มเอฟ กล่าวคำประกาศเริ่มการชุมนุมเครือข่ายประชาชนต่อต้านธนาคารโลกและไอเอ็มเอฟ ว่า ขอต่อต้านธนาคารโลก และ IMF ถึงรัฐบาลระบอบสีน้ำเงิน เหตุที่บ้านเมืองของเรามีหนี้ครัวเรือนสูงถึงขั้นวิกฤต ผู้คนยากจนลง สิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรม ภัยพิบัติจากโลกร้อนขึ้น มลพิษที่ปนเปื้อนอยู่ในอากาศ ดิน น้ำ ห่วงโซ่อาหาร กระจายตัวในระดับเข้มข้นไปทั่วทุกหัวระแหง ประชาชนถูกละเมิดสิทธิและเสรีภาพ ไม่เป็นประชาธิปไตย แต่ก็ยังผลักดันให้หลุดออกจากกับดักรายได้ปานกลางเข้าสู่ประเทศรายได้สูง ก็เพื่อให้พวกคน 1% ได้ร่ำรวย เสวยสุข กอบโกย และขูดรีดชีวิตและเลือดเนื้อของพวกเราประชาชน 99% ต่อไป
ทั้งนี้ เหตุแห่งความเสื่อมทรามดังกล่าว นอกจากจะเป็นเพราะรัฐบาลของเราที่เป็นรัฐอาชญากรรม ที่เกี่ยวข้องโดยตรงและโดยอ้อมกับการคอร์รัปชัน ขบวนการฟอกเงิน และอาชญากรรมทั้งภายในและข้ามชาติแล้ว พวกจักรวรรดินิยมธนาคารโลก และ IMF ที่ล่าอาณานิคมทางการเงิน การคลัง การลงทุน และการพัฒนา ที่บีบบังคับให้รัฐของเราที่ประชาชนสร้างมา ต้องตกอยู่ภายใต้อาณานิคมของเงินกู้ และการพัฒนาภายใต้ความรู้ของผู้เชี่ยวชาญทางเทคนิควิชาการ โดยปิดกั้นสิทธิและเสรีภาพของประชาชนจากการพัฒนาคุณภาพชีวิตของตน ก็มีส่วนสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน
นายเลิศศักดิ์ กล่าวว่า วันนี้ อาชญากรธนาคารโลกและ IMF ได้หวนคืนสู่ประเทศที่ได้ก่ออาชญากรรมไว้เมื่อปี 2540 เพื่อก่ออาชญากรรมรอบใหม่ พวกเราเครือข่ายประชาชนต่อต้านธนาคารโลกและ IMF คือประชาชนจากเหนือจรดใต้ ตะวันตกจรดตะวันออก ที่ไม่ยอมก้มหัวให้แก่อาชญากรทั้งสอง ดังที่เราก็ไม่ยอมก้มหัวให้แก่อาชญากรระบอบสีน้ำเงิน ที่จะไม่ยินยอมให้ผืนแผ่นดินของพ่อแม่พี่น้องเราแม้สักตารางนิ้วเดียวถูกล่าอาณานิคมสีเขียว
“เป้าหมายของเราอยู่ตรงหน้าศูนย์ประชุมสิริกิติ์ เราจะเดินจากตรงนี้ไปเรื่อย ๆ โดยตำรวจซึ่งเป็นลูกหลานของพ่อแม่พี่น้องเรา จะต้องอำนวยความสะดวก คุ้มครอง และดูแลความปลอดภัยให้เราเดินไปถึงตรงนั้น โดยไม่ถูกสกัด ขัดขวาง ยั่วยุ ใช้ความรุนแรง และสลายการชุมนุม นี่คือพื้นฐานแห่งความชอบธรรมที่ประชาชนจะต้องกอบกู้ผืนแผ่นดินจากความเลวของระบอบสีน้ำเงิน และสถาบันการเงินที่สูบเลือดเนื้อเราและลูกหลาน” นายเลิศศักดิ์ กล่าว
อย่างไรก็ดี มีเพียงเหตุผลเดียวเท่านั้นที่ตำรวจจะสกัดกั้น ยั่วยุ ใช้ความรุนแรง และสลายการชุมนุม นั่นก็เป็นเพราะรัฐระบอบสีน้ำเงินและสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นขี้ข้ารับใช้ธนาคารโลกและ IMF มีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้นที่พวกเราจะใช้เป็นอาวุธต่อสู้ นั่นคือ 2 มือเปล่า เราจะเดินไปด้วยความสงบ สันติ ปราศจากอาวุธ
“ขอให้พ่อแม่พี่น้องจงมุ่งมั่นและมีความหวังในพลังของประชาชนคนเล็กคนน้อยอย่างพวกเรา ที่สามารถเปลี่ยนแปลงและขับเคลื่อนสังคมให้ก้าวหน้าได้ ด้วยความเชื่อมั่นและศรัทธาอย่างเต็มเปี่ยมว่า ตราบใดที่เรายังสู้อยู่ เราไม่มีวันแพ้” นายเลิศศักดิ์ กล่าว
*สถานการณ์ตึงเครียด ม็อบปะทะตำรวจ
สถานการณ์เริ่มตึงเครียด หลังเจ้าหน้าที่เขต พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.คลองเตย ได้ลงพื้นที่บริเวณห้าแยก ณ ระนอง เพื่อเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุม โดยเสนอสถานที่จัดชุมนุมที่เตรียมไว้ให้เพื่อความปลอดภัย แต่แกนนำและผู้ชุมนุมยืนกรานปฏิเสธข้อเสนอ และยืนยันเจตนารมณ์ที่จะเดินเท้าไปยังเป้าหมายหลัก คือ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ตามที่ได้แจ้งการชุมนุมไว้
ต่อมาเวลา 08.00 น. ขบวนผู้ชุมนุมได้เคลื่อนมาถึงบริเวณสี่แยกพระราม 4 แต่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ท่าเรือ ตั้งด่านสกัดกั้น โดยเจ้าหน้าที่ได้ชูป้ายแจ้งเตือนและอ่านประกาศข้อกำหนดการชุมนุมสาธารณะ ยืนยันคำสั่งไม่อนุญาตให้เดินทางไปยังศูนย์สิริกิติ์ฯ ส่งผลให้สถานการณ์เริ่มตึงเครียด กลุ่มผู้ชุมนุมจึงต้องถอยร่นกลับมาปักหลักในพื้นที่ใกล้เคียงเพื่อรอให้ทีมเจรจาเข้าพูดคุยกับเจ้าหน้าที่
สถานการณ์ได้บานปลายกลายเป็นการปะทะเดือด เมื่อกลุ่มผู้ชุมนุมพยายามแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ โดยการนำแผ่นป้ายผ้าขนาดใหญ่ซึ่งมีข้อความเรียกร้องให้หยุดกลุ่มทุนเอาเปรียบประชาชน และเรียกร้องสิทธิในการกำหนดอนาคตของตนเอง ขึ้นไปกางบนสะพานลอยข้ามแยกพระราม 4 ซึ่งบริเวณดังกล่าวมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายสิบนายตรึงกำลังคุมเข้มอยู่
ขณะนี้ กลุ่มผู้ชุมนุมกำลังพยายามเจรจาต่อรองกับเจ้าหน้าที่ เพื่อขอเปิดทางและเรียกร้องความปลอดภัยให้กับผู้ชุมนุมที่ยังคงติดค้างอยู่ด้านบนสะพานลอย
โดย ปภัสสร องค์พิเชฐเมธา/รัชดา คงขุนเทียน





