
ลอว์เรนซ์ หว่อง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ ประกาศเดินหน้าสอบสวนบรรดาบริษัทที่มีส่วนรับผิดชอบต่อเหตุไฟป่า ซึ่งส่งผลให้สิงคโปร์ต้องอยู่ภายใต้หมอกควันพิษต่อเนื่องมานานหลายสัปดาห์ พร้อมส่งสัญญาณเตือนว่า หากพบการกระทำผิดจริงจะต้องเผชิญหน้ากับการดำเนินคดีตามกฎหมาย
นายกฯ หว่องระบุผ่านเฟซบุ๊กเมื่อช่วงค่ำวันพฤหัสบดี (15 ต.ค.) ว่า
“เรากำลังเร่งตรวจสอบว่ามีบริษัทใดบ้างที่ต้องรับผิดชอบต่อเหตุไฟป่าที่เกิดขึ้น และหากพบว่าเข้าข่ายความผิด ทางการจะบังคับใช้กฎหมายมลพิษหมอกควันข้ามพรมแดน (Transboundary Haze Pollution Act) ของสิงคโปร์เพื่อเอาผิดในทันที รวมถึงจะประสานความร่วมมือกับประเทศอื่น ๆ เพื่อร่วมกันดำเนินมาตรการทางกฎหมายต่อไป”
ทั้งนี้ วิกฤตหมอกควันพิษจากฤดูไฟป่ารุนแรงในอินโดนีเซียได้แผ่ปกคลุมสิงคโปร์และมาเลเซียมานานหลายสัปดาห์ โดยมีปรากฏการณ์เอลนีโญกำลังแรงเป็นปัจจัยซ้ำเติม ส่งผลให้สภาพอากาศทั่วภูมิภาคแห้งแล้งจัด สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้รัฐบาลในภูมิภาคเผชิญแรงกดดันอย่างหนักให้เร่งคลี่คลายปัญหา หลังวิกฤตหมอกควันครั้งนี้ทวีความรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2558
ข้อมูลจากเว็บไซต์ไอคิวแอร์ (IQAir) ระบุว่า ณ ช่วงเช้าวันนี้ (16 ต.ค.) สิงคโปร์กลายเป็นเมืองที่มีมลพิษทางอากาศสูงที่สุดในโลก ขณะที่กรุงจาการ์ตาของอินโดนีเซียและกรุงกัวลาลัมเปอร์ของมาเลเซียติด 5 อันดับแรกเช่นเดียวกัน
ทั้งนี้ สิงคโปร์มีกฎหมายมลพิษหมอกควันข้ามพรมแดนที่บังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2557 ซึ่งให้อำนาจทางการสั่งปรับบริษัทผู้ก่อมลพิษได้สูงสุดถึงวันละ 100,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 78,000 ดอลลาร์สหรัฐ)
รายงานระบุว่า ค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมงของดัชนีมาตรฐานมลพิษทางอากาศ (Pollutant Standards Index หรือ PSI) ทั่วเกาะสิงคโปร์ ณ เวลา 09.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นวันนี้ พุ่งขึ้นแตะระดับ 149-227 โดยพื้นที่ตอนกลางวัดค่าได้สูงสุด
ทั้งนี้ ตามเกณฑ์สากล หากค่าดัชนีแตะระดับ 201 ขึ้นไป คุณภาพอากาศจะถือว่าอยู่ในระดับ “มีผลกระทบต่อสุขภาพมาก” (Very Unhealthy)
ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจอินโดนีเซียเปิดเผยในสัปดาห์นี้ว่า กำลังอยู่ระหว่างการสอบสวนบริษัทผลิตน้ำมันปาล์ม 9 แห่งที่มีความเชื่อมโยงกับเหตุไฟป่าและการเผาพื้นที่การเกษตร แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายชื่อบริษัทผู้ต้องสงสัย
ขณะที่กรีนพีซ (Greenpeace) กลุ่มเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อม ได้เปิดเผยรายชื่อบริษัทในกลุ่มน้ำมันปาล์ม เยื่อกระดาษ และน้ำตาลกว่า 20 แห่ง ซึ่งรวมถึงบริษัทที่เชื่อมโยงกับมาเลเซียและสิงคโปร์ โดยพบว่าพื้นที่สัมปทานของบริษัทเหล่านี้เป็นจุดกำเนิดหมอกควันไฟป่าในอินโดนีเซีย
ในบรรดารายชื่อที่กรีนพีซระบุ มีบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์อย่าง เฟิร์สต์ รีซอร์สเซส (First Resources Ltd.) และบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์มาเลเซียอย่าง กัวลาลัมเปอร์ เคปง เบอร์ฮัด (Kuala Lumpur Kepong Bhd.) รวมอยู่ด้วย
แม้ทั้งสองบริษัทยืนยันว่ามีนโยบายห้ามเผาในที่โล่งอย่างเด็ดขาด แต่บริษัท เฟิร์สต์ รีซอร์สเซส ได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์เมื่อวันพฤหัสบดีว่า เกิดเหตุไฟป่าลุกลามเข้าไปในพื้นที่สวนปาล์มน้ำมันของบริษัทในจังหวัดกาลีมันตันตะวันตกจริง
โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/กัลยาณี ชีวะพานิช





