
ตำรวจในเมืองมิลานของอิตาลีปะทะกับกลุ่มผู้ชุมนุมต่อเนื่องเป็นวันที่สองเมื่อวันอาทิตย์ (18 ต.ค.) หลังผู้ชุมนุมบางส่วนขว้างปาก้อนหินและปล้นสะดมร้านค้า ระหว่างการรวมตัวประท้วงค่าครองชีพที่สูงขึ้นและบริการสาธารณะที่ย่ำแย่ลง
แหล่งข่าวเผยว่า ตำรวจปราบจลาจลใช้แก๊สน้ำตาและรถฉีดน้ำแรงดันสูงรับมือผู้ประท้วงหลายร้อยคน เนื่องจากกลุ่มผู้ชุมนุมทุบกระจกร้านค้าและจุดไฟเผาถังขยะในบริเวณใกล้จัตุรัสดูโอโม ใจกลางเมืองมิลาน
เจ้าหน้าที่นำตัวผู้ชุมนุมมากกว่า 60 คนไปยังสถานีตำรวจเพื่อตรวจสอบเพิ่มเติม ขณะที่รายงานของตำรวจระบุว่า มีผู้ประท้วง 28 คนถูกจับกุมจากเหตุปะทะเมื่อวันเสาร์ในหลายเมืองทางตอนเหนือของอิตาลี ได้แก่ มิลาน โบโลญญา เบรสชา แบร์กาโม และตูริน
ด้านจอร์เจีย เมโลนี นายกรัฐมนตรีอิตาลี ซึ่งกำลังจะมีการเลือกตั้งในปีหน้า ประณามเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้น พร้อมประกาศเรียกประชุมรัฐบาลในวันนี้ (19 ต.ค.) เพื่อหารือแนวทางรับมือสถานการณ์
ทั้งนี้ เหตุปะทะในอิตาลีเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับการประท้วงครั้งใหญ่ในฝรั่งเศส ซึ่งมีประชาชนหลายแสนคนออกมาแสดงความไม่พอใจต่อค่าครองชีพที่สูงขึ้นและบริการสาธารณะที่ถดถอย จนกลายเป็นหนึ่งในการชุมนุมที่รุนแรงที่สุดของฝรั่งเศสในรอบหลายปี
โดย วรวิชญ์ สิทธิวัง/ปนัยดา ปัทมโกวิท





