
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เปิดเผยว่า ภายหลังที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบโครงการโซลาร์ภาคประชาชน และเปิดให้ประชาชนเริ่มลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันนี้ – 31 ม.ค. 70 ซึ่งภายหลังเปิดให้ลงทะเบียนเพียง 1 ชั่วโมงกว่า พบว่า มีประชาชนสนใจลงทะเบียนเข้ามาแล้วกว่า 6-7 พันคน ขณะที่โครงการมีจำนวน 1 ล้านสิทธิ รัฐบาลคิดว่าน่าจะเพียงพอรองรับความต้องการอย่างแน่นอน
“รัฐบาลเชื่อว่าโครงการนี้จะเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยเรื่องการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศ เพราะไทยมีการพึ่งพาการนำเข้าพลังงานเยอะมาก ทั้งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ และวันนี้เราไม่รู้ว่าสงครามจะจบเมื่อไหร่ เรื่องนี้จะมีผลกระทบต่อราคาพลังงานในตลาดโลกอย่างแน่นอน และหากอนาคตสงครามรุนแรงเพิ่มขึ้น อาจเกิดการขาดแคลนพลังงานและก๊าซธรรมชาติ อย่างน้อยประชาชนคนไทยก็มีสิ่งที่ผลิตบนหลังคาบ้านตัวเอง บนพื้นดิน ในอ่างเก็บน้ำ ในบ่อน้ำ เป็นการสร้างความยั่งยืนด้านพลังงาน ด้วยการลดการพึ่งพาการนำเข้า และยังเป็นการลดแรงกกระแทกจากปัจจัยภายนอก” นายเอกนิติ กล่าว

นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้มีการลงทุนยกระดับระบบโครงข่ายไฟฟ้าทั้งระบบผ่านการติดตั้ง Smart Meter และระบบ Smart Grid โดยคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ได้เตรียมความพร้อมระบบให้สามารถรับซื้อไฟฟ้าพลังงานสะอาดจากโครงการโซล่าร์เซลล์ได้สูงสุดถึง 1 หมื่นเมกะวัตต์ ดังนั้นวันนี้ประชาชนที่มีการติดตั้งโซล่าร์เซลไปก่อนหน้าแล้ว อาจจะไม่ได้อยู่ในโครงการนี้ ก็สามารถขายไฟฟ้าคืนให้กับภาครัฐได้ด้วยเช่นกัน ผ่านระบบของการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ตรงนี้จะเป็นการช่วยเพิ่มรายได้ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง (Passive Income) ให้กับครัวเรือนได้อีกด้วย
ขณะที่พลังงานไฟฟ้าส่วนเกินในระบบที่อาจจะเกิดจากการลดการซื้อไฟฟ้าจากภาคเอกชนนั้น ตรงนี้ยืนยันว่าจะไม่กระทบค่าพร้อมจ่าย (Availability Payment : AP) อย่างแน่นอน และเตรียมจะให้อุตสากรรม Data Center เข้ามารับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินในระบบ ซึ่งเชื่อว่าแนวทางทั้งหมดนี้จะเป็นการปฏิรูปการใช้ไฟฟ้าของประเทศไทยทั้งระบบอย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ กระทรวงคลังยังได้ร่วมมือกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ในการจัดหลักสูตรอบรมทักษะ (Re-Skill) ให้กับแรงงานด้านการประกอบและติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ เพื่อรองรับความต้องการแรงงานจำนวนมากในอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยกระทรวงการคลังจะส่งรายชื่อผู้มีรายได้น้อยในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ทั้งในกลุ่มที่ได้รับสิทธิและหลุดจากโครงการ ซึ่งมีอายุระหว่าง 20-60 ปี ราว 5 ล้านคนให้แก่กระทรวงแรงงาน เพื่อดึงไปเข้าร่วมการฝึกอบรมพัฒนาทักษะ ถือเป็นการสร้างงานและสร้างรายได้ให้กับคนไทยในระยะยาวอีกด้วย เหล่านี้ถือเป็นการปฏิรูปทั้งระบบ
โดย คลฦ/รัชดา คงขุนเทียน





