
น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบต่อร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านสาธารณสุข ระหว่างกระทรวงสาธารณสุขแห่งราชอาณาจักรไทย และกระทรวงสาธารณสุขแห่งราชอาณาจักรภูฏาน พร้อมทั้ง อนุมัติให้ รมว.สาธารณสุข หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย เป็นผู้ลงนามในร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านสาธารณสุขระหว่างกระทรวงสาธารณสุขไทย และกระทรวงสาธารณสุขภูฏาน
โดยสาระสำคัญของเรื่องมีดังนี้
1. ร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านสาธารณสุข ระหว่างกระทรวงสาธารณสุขไทย และกระทรวงสาธารณสุขภูฏาน มีสาระสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือในสาขาต่าง ๆ ได้แก่
- หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า
- การป้องกันและควบคุมโรค
- ความร่วมมือด้านการรักษาพยาบาลเฉพาะทาง รวมถึงโครงการฝึกอบรมเกี่ยวกับหัตถการทางการแพทย์ที่มีความซับซ้อน และการให้การสนับสนุนทางวิชาการในการจัดตั้งศูนย์การแพทย์เฉพาะทาง โดยสอดคล้องกับความจำเป็นด้านสุขภาพที่สำคัญของภูฏาน ภาระโรค ความชุกของโรค และการจัดลำดับความสำคัญของการให้บริการ
- ความร่วมมือด้านสุขภาพดิจิทัล รวมถึงการแพทย์ทางไกล การเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพและแผนที่ข้อมูลสุขภาพปัญญาประดิษฐ์ และธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์ ตลอดจนการพัฒนาทรัพยากรบุคคลด้านสุขภาพดิจิทัล รวมทั้งโครงการที่ได้รับการสนับสนุนภายใต้กองทุนภูมิอากาศสีเขียว
- ทรัพยากรบุคคลด้านสุขภาพ
- การแพทย์แผนดั้งเดิม
- การเสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบการประกันคุณภาพห้องปฏิบัติการ
- การศึกษาและการวิจัยทางการแพทย์
- ความร่วมมือในการส่งต่อผู้ป่วยชาวภูฏาน เพื่อเข้ารับการรักษาพยาบาลข้ามพรมแดน ไปยังโรงพยาบาลภาครัฐตติยภูมิที่ได้รับการคัดเลือก รวมถึงการร่วมกันพัฒนาแนวทางการส่งต่อผู้ป่วย และการจัดการด้านการดำเนินงาน โดยเป็นไปตามระบบบบริการสุขภาพ และกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องของคู่ภาคี
- การให้บริการตรวจสอบความปลอดภัยอาหาร และการทดสอบคุณภาพยา
- การประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ
- ระบบกำกับดูแลแห่งชาติ
- การทูตด้านสุขภาพโลก
- การพัฒนาศักยภาพบุคลากร เพื่อยกระดับสุขภาพด้านศัลยกรรมกระดูก และระบบกล้ามเนื้อ
- สาขาความร่วมมืออื่น ๆ ที่ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกัน
2. ร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านสาธารณสุข ระหว่างกระทรวงสาธารณสุขไทย และกระทรวงสาธารณสุขภูฏาน เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หรือที่เกี่ยวกับองค์การระหว่างประเทศที่มีผลผูกพันรัฐบาลไทย กระทรวงสาธารณสุข จึงเสนอร่างบันทึกความเข้าใจดังกล่าว ให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบ
“ร่างบันทึกความเข้าใจฯ มีความเหมาะสม สอดคล้องกับนโยบาย และผลประโยชน์ของไทย สามารถปฏิบัติได้ภายใต้อำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับที่มีอยู่ในปัจจุบัน โดยร่างบันทึกความเข้าใจฯ จะเป็นกลไกส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมือด้านสาธารณสุขระหว่าง 2 ประเทศ ให้มีความเข้มแข็ง และเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น เพื่อประโยชน์ในการสนับสนุนการพัฒนาการดูแลสุขภาพ และการให้บริการสุขภาพแก่ประชาชนของทั้ง 2 ประเทศต่อไป” น.ส.พลอยทะเล กล่าว
โดย ฐานิสร์ ทองนอก/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์





