นายกิตติ บัวบึง,IAA นักวิเคราะห์กลยุทธ์ บล.พาย กล่าวว่า การซื้อขาย SET50 Index Futures วันนี้ปรับตัวลงแต่ยังจำกัด โดยตลาดอยู่ในช่วงหมุนเวียนกลุ่มลงทุน (Sector Rotation) สลับออกจากกลุ่มเทคโนโลยี กดดัน DELTA ที่เผชิญแรงขายตามทิศทางหุ้นกลุ่มเทคสหรัฐฯ และปัจจัยกดดันเฉพาะตัว ขณะที่ราคาปัจจุบันยังถือว่าค่อนข้างตึงตัวแม้จะปรับตัวลงมามากแล้ว อย่างไรก็ตาม ดัชนีได้รับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มอื่นเข้ามาช่วยพยุง โดยเฉพาะกลุ่มปิโตรเคมีและพลังงานที่ได้อานิสงส์จากราคาน้ำมัน รวมถึงกลุ่ม Defensive อย่างกลุ่มโรงพยาบาล
แนวโน้มวันพรุ่งนี้คาดว่าดัชนีมีโอกาสแกว่งตัวขึ้น โดยตลาดยังได้แรงหนุนจากการเก็งกำไรผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน ขณะที่ตลาดหุ้นไทยมีหุ้นที่เกี่ยวข้องกับหุ้นเทคฯ ไม่มาก ทำให้เมื่อมีแรงขายหุ้นกลุ่มเทคฯ ตลาดหุ้นไทยมีความน่าสนใจมากขึ้น นอกจากนี้ กระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) ในกลุ่ม TIPs ที่มีแนวโน้มโยกย้ายจากอินโดนีเซียเข้าสู่ตลาดหุ้นไทยมากขึ้น สะท้อนจากยอดซื้อสุทธิสะสมของนักลงทุนต่างชาติที่เริ่มฟื้นตัว และสถานะในตลาด TFEX เดือน ต.ค. ที่ต่างชาติยังคงมียอด Net Long
แนะสัปดาห์นี้ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ รวมทั้งการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งคาดว่าจะคงดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ และมีโอกาสขึ้น 1 ครั้งในช่วงที่เหลือของปี รวมทั้งติดตามการเปิดเผยผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนกลุ่มการเงิน และกลุ่มเทคสหรัฐฯ
กลยุทธ์การลงทุนแนะนำถือสถานะ Long ประเมินแนวรับสำคัญที่ 1,057 จุด หากหลุดมีแนวรับถัดไปที่ 1,050 จุด ส่วนแนวต้านประเมินไว้ที่ 1,080 – 1,090 จุด
ด้านราคาทองคำภาพรวมยังอยู่ในแนวโน้มขาลง หลังหลุดระดับ 4,000 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ โดยการดีดตัวขึ้นมองเป็นเพียงการรีบาวด์เพื่อลงต่อ เนื่องจากยังถูกกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (บอนด์ยีลด์) ที่แม้จะปรับตัวลงแต่ยังอยู่ในกรอบ Uptrend และค่าเงินดอลลาร์ยังแข็งค่า ประกอบกับการคาดการณ์ว่าเฟดอาจปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือน ธ.ค. อย่างไรก็ดี หากราคาปรับตัวลงแตะระดับ 3,900 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ คาดว่าอาจเริ่มเห็นแรงซื้อคืนจากธนาคารกลางชาติต่างๆ
ให้กรอบแนวรับที่ 3,945 ดหรียญสหรัฐ/ออนซ์ ส่วนแนวต้านประเมินไว้ที่ 4,144 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ และ 4,280 ดหรียญสหรัฐ/ออนซ์
ดัชนี SET50 ปิดตลาดวันนี้ 1,063.40 จุด ลดลง 0.20 จุด (-0.02%)


โดย วรินทร ศิรินอก/ เสาวลักษณ์ อวยพร





