
น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผย ความคืบหน้าโครงการที่ภาครัฐจัดซื้อประกันภัยพิบัติให้กับประชาชน ว่า รัฐบาลเดินหน้าช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติผ่านระบบประกันภัย โดยล่าสุด มีวงเงินสินไหมทดแทนที่ได้รับการอนุมัติแล้ว 20,035,000 บาท และอยู่ระหว่างพิจารณาอีก 354,245,000 บาท เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและสนับสนุนการฟื้นฟูชีวิต และทรัพย์สินของประชาชน
สำหรับผลการดำเนินงาน แบ่งเป็น กรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุกลุ่ม มีการโอนสินไหมแล้ว 1 รายการ จำนวน 2 ล้านบาท อนุมัติแล้วอีก 8 รายการ จำนวน 16 ล้านบาท และอยู่ระหว่างพิจารณา 29 รายการ ขณะที่กรมธรรม์ประกันภัยที่อยู่อาศัยกลุ่ม อนุมัติสินไหมแล้ว 209 รายการ วงเงิน 2,025,000 บาท
ทั้งนี้ มีการรับแจ้งความเสียหายจากอุทกภัย 28,970 รายการ อนุมัติแล้ว 198 รายการ วาตภัย 1,309 รายการ อนุมัติแล้ว 11 รายการ และแผ่นดินไหว 43 รายการ โดยมีพื้นที่รับแจ้งเหตุรวม 73 จังหวัด
สำหรับจังหวัดที่มีการแจ้งเหตุสูงสุด ได้แก่ เพชรบุรี 5,324 รายการ รองลงมา ลพบุรี 3,725 รายการ, ชัยนาท 2,877 รายการ, กรุงเทพมหานคร 2,403 รายการ และ นครสวรรค์ 2,125 รายการ
โดยโครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ มีบริษัทประกันภัยเข้าร่วม 11 แห่ง ได้แก่ บมจ.กรุงเทพประกันภัย, บมจ. กรุงไทยพานิชประกันภัย, บมจ.คุ้มภัยโตเกียวมารีนประกันภัย (ประเทศไทย), บมจ. ทิพยประกันภัย จำกัด, บมจ. ไทยไพบูลย์ประกันภัย, บมจ.ประกันภัยไทยวิวัฒน์, บมจ. ฟอลคอนประกันภัย, บมจ.เมืองไทยประกันภัย, บมจ.วิริยะประกันภัย, บมจ.เอ็ม เอส ไอ จี ประกันภัย (ประเทศไทย) และ บมจ. ไอแคร์ ประกันภัย
น.ส.ลลิดา ยังกล่าวถึงสถานการณ์อุทกภัยและดินโคลนถล่ม ในพื้นที่ จ.ภูเก็ต ที่เกิดขึ้นล่าสุด ว่า ความเสียหายจากเหตุดังกล่าวอยู่ภายใต้เงื่อนไขความคุ้มครองของโครงการประกันภัยพิบัติภาครัฐ โดยผู้ประสบภัยสามารถแจ้งความเสียหาย เพื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบและพิจารณาสินไหมทดแทนตามเงื่อนไขของกรมธรรม์
ทั้งนี้ รัฐบาลจะเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามการรับแจ้งเหตุและการพิจารณาสินไหมอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบได้รับสิทธิตามความคุ้มครองอย่างทั่วถึง และลดความเสี่ยงที่ผู้ประสบภัยจะตกหล่นจากการรับความช่วยเหลือ
“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ โดยใช้ระบบประกันภัยเป็นอีกหนึ่งกลไกช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย และสร้างหลักประกันให้ครัวเรือนที่ประสบความเสียหาย พร้อมติดตามการพิจารณาสินไหมทดแทน เพื่อให้ประชาชนได้รับความช่วยเหลือตามเงื่อนไขกรมธรรม์อย่างรวดเร็วและทั่วถึง” น.ส.ลลิดา กล่าว

รัฐบาลเดินหน้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยชาวภูเก็ต กำชับเร่งจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้น 10,000 บาท ให้ผู้ประสบภัยชาวภูเก็ต เพื่อบรรเทาความเดือนร้อน
ด้าน น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต รัฐบาลบูรณาการความร่วมมือร่วมกับทุกหน่วยงาน ระดมสรรพกำลังเข้าไปในพื้นที่ให้ความช่วยเหลือ เร่งทำความสะอาดเพื่อคืนพื้นที่ให้ประชาชน พร้อมเดินหน้าเร่งเยียวยาให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างครอบคลุม
ในส่วนของการเยียวยาเบื้องต้น ตามโครงการ “ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” ซึ่งมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 นั้น ในส่วนของพื้นที่จังหวัดภูเก็ต รัฐบาลได้เร่งรัดให้บริษัทประกันภัยจ่ายค่าสินไหมทดแทนสำหรับความเสียหายเบื้องต้น จำนวน 10,000 บาท ให้ประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อบรรเทาความเดือนร้อนเบื้องต้น ซึ่งเป็นความจำเป็นที่ต้องเร่งดำเนินการให้ประชาชนได้รับเงินโดยเร็วที่สุด
สำหรับความช่วยเหลือตามโครงการ “ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” และตามมาตรการของภาครัฐในลำดับถัดไป ซึ่งอาจต้องใช้เวลาในการสำรวจ และรวบรวมข้อมูล รัฐบาลแนะนำให้ผู้ประสบอุทกภัยเก็บรวบรวมข้อมูลลงทะเบียนขอรับการเยียวยาตามขั้นตอน โดยรัฐบาลจะเร่งแก้ไขปัญหาเรื่องของกระบวนการ พร้อมกำชับให้ส่วนราชการในพื้นที่อำนวยความสะดวกให้ผู้ประสบภัยเข้าถึงสิทธิได้อย่างรวดเร็ว เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างครอบคลุมความเสียหายของพี่น้องประชาชน
“พี่น้องประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัย ในเขตเทศบาลจังหวัดภูเก็ต สามารถลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือสำหรับผู้ประสบอุทกภัย จนถึงวันที่ 6 พฤศจิกายนนี้ ตั้งแต่เวลา 09.00–16.30 น. ณ อาคารศูนย์ชมรมผู้สูงอายุเทศบาลเมืองป่าตอง โดยขอให้ผู้ได้รับผลกระทบ เตรียมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน ภาพถ่ายความเสียหาย รายการความเสียหาย และเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น สัญญาเช่าบ้านสำหรับผู้เช่า เพื่อประกอบการลงทะเบียน” น.ส.พลอยทะเล กล่าว
โดย ฐานิสร์ ทองนอก/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์





