
สื่อสหรัฐฯ รายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ว่า รัฐบาลสหรัฐฯ จะออกวีซ่าให้กับ ฟลาวิโอ โบลโซนาโร ผู้นำพรรคเสรีนิยม (Liberal Party) ของบราซิลซึ่งพ่ายแพ้การเลือกตั้งเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (25 ต.ค.) โดยการออกวีซ่าดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อเปิดทางให้โบลโซนาโร สามารถเดินทางเข้าสหรัฐฯ พร้อมสมาชิกครอบครัว
ศาลการเลือกตั้งสูงสุดของบราซิลระบุว่า ลูอิซ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา ประธานาธิบดีบราซิลคนปัจจุบัน จากพรรคแรงงาน (Workers’ Party) สามารถโค่นเอาชนะโบลโซนาโร ในศึกเลือกตั้งรอบชี้ขาดเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ด้วยคะแนนเสียง 51.79% ขณะที่โบลโซนาโรได้คะแนนเพียง 48.21% ซึ่งจะปูทางให้ลูลาเข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีบราซิลเป็นสมัยที่ 4 ในวันที่ 5 ม.ค. 2570
ชัยชนะดังกล่าวเกิดขึ้นจากการที่บรรดาผู้มีสิทธิเลือกตั้งในภูมิภาคที่ยากจนที่สุดของบราซิล ได้ร่วมใจกันเทคะแนนให้กับลูลาซึ่งมีจุดยืนต่อต้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ สวนทางกับโบลโซนาโรซึ่งสนับสนุนนโยบายของสหรัฐฯ โดยเฉพาะนโยบายประชานิยม Make America Great Again (MAGA) อันโด่งดังของสหรัฐฯ ทั้งนี้ โบลโซนาโรเป็นบุตรชายของ ฌาอีร์ โบลโซนาโร อดีตประธานาธิบดีบราซิล
ด้านปธน.ทรัมป์ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ผลการเลือกตั้งบราซิล โดยตั้งข้อสงสัยว่าอาจมีการทุจริต อย่างไรก็ตาม เจอราลโด อัลก์มิน รองประธานาธิบดีบราซิล ได้ปฏิเสธคำกล่าวอ้างดังกล่าวของปธน.ทรัมป์ และระบุว่าไม่มีหลักฐานใดที่สนับสนุนข้อกล่าวหานี้
สำนักข่าวอาเจนเซีย บราซิล ซึ่งเป็นสื่อของรัฐบาลบราซิล รายงานเมื่อวันจันทร์ (26 ต.ค.) ว่า อเล็กซานเดร เดอ โมราเอส ผู้พิพากษาศาลฎีกาบราซิล มีคำสั่งให้โบลโซนาโรส่งมอบหนังสือเดินทางแก่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และห้ามเดินทางออกนอกประเทศ โดยคำสั่งดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวนที่เกี่ยวข้องกับโบลโซนาโร และวิลเลอร์ โตมาซ ทนายความของเขา
นอกจากนี้ สื่อบราซิลยังรายงานว่า ผู้พิพากษาโมราเอสสั่งห้ามโบลโซนาโรติดต่อกับทนายความคนดังกล่าว โดยทั้งสองอยู่ระหว่างการถูกสำนักงานตำรวจแห่งชาติสอบสวนในข้อสงสัยเกี่ยวกับการฟอกเงินและการทำธุรกรรมแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศที่ผิดกฎหมาย
โดย วรวิชญ์ สิทธิวัง/รัตนา พงศ์ทวิช





