
ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ร่วงลงกว่า 100 จุดในวันนี้ ก่อนการประกาศผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในคืนนี้
ณ เวลา 19.10 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ลบ 139 จุด หรือ 0.26% สู่ระดับ 52,440 จุด
นักลงทุนจับตาผลการประชุมนโยบายการเงินของเฟดในคืนนี้ รวมทั้งถ้อยแถลงของนายเควิน วอร์ช ประธานเฟด เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด
ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 90.6% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.75-4.00% ในการประชุมวันนี้
นอกจากนี้ นักลงทุนให้น้ำหนัก 85.8% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.25% สู่ระดับ 4.00-4.25% ในการประชุมเดือนธ.ค.
ขณะเดียวกัน ตลาดจับตาการประกาศผลประกอบการของบริษัท Alphabet และ Microsoft ในวันนี้
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี โดยเฉพาะบริษัทที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการลงทุนขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) เผชิญแรงกดดันในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับแหล่งเงินทุนที่ใช้สนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม นายไมค์ วิลสัน หัวหน้านักกลยุทธ์ตลาดหุ้นสหรัฐของมอร์แกน สแตนลีย์ มองว่า การฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในช่วงที่ผ่านมาเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า แนวโน้มการปรับฐานของหุ้นกลุ่มนี้อาจใกล้สิ้นสุดลงแล้ว
นายวิลสันกล่าวให้สัมภาษณ์ในรายการ Closing Bell ของสำนักข่าว CNBC ว่า “การปรับฐานของตลาดส่วนใหญ่ได้ผ่านพ้นไปแล้ว”
“เราอยู่ในช่วงของการปรับฐานมานานประมาณ 4-5 เดือนแล้ว และผมคิดว่าตลาดสามารถซึมซับและปรับตัวรับปัจจัยเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก”
นายวิลสันมองว่า ตลาดหุ้นได้สะท้อนความกังวลเกี่ยวกับการจัดหาเงินทุนสำหรับการลงทุนด้าน AI ไปมากแล้ว จึงมีความเป็นไปได้ว่าแรงกดดันจากการปรับฐานของหุ้นเทคโนโลยีกำลังจะสิ้นสุดลง
โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ




