รถไฟความเร็วสูงชนกันในสเปน เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 50 เจ็บอีก 179 ราย


เกิดเหตุรถไฟความเร็วสูงสองขบวนพุ่งชนกันบนเส้นทางรถไฟที่เชื่อมต่อระหว่างกรุงมาดริดกับภูมิภาคอันดาลูเซียทางตอนใต้ของสเปน ในช่วงเช้าวันนี้ (28 ต.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 50 ราย และได้รับบาดเจ็บอีก 179 ราย ตามการรายงานของสื่อสเปน

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 08.54 น. (14.54 น.) บริเวณใกล้กับสถานีอูร์ดา ในจังหวัดโตเลโด ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงมาดริดไปทางใต้ประมาณ 120 กิโลเมตร

รถไฟที่ประสบเหตุประกอบด้วยรถไฟของบริษัทเรนเฟ (Renfe) ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ และรถไฟของบริษัทอีร์โย (Iryo) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการภาคเอกชน

รายงานเบื้องต้นระบุว่า รถไฟของบริษัท เรนเฟ ได้พุ่งชนท้ายรถไฟของบริษัทอีร์โยที่จอดหยุดนิ่งอยู่บนราง ส่งผลให้ตู้ขบวนรถไฟ 2 ตู้ตกรางและไถลลงข้างทาง

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศสเปนได้รับการยืนยันว่า มีพลเมืองชาวจีนจำนวน 4 คนอยู่บนรถไฟขบวนที่เกิดเหตุ โดยมีอย่างน้อย 1 คนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย

ภายหลังเกิดเหตุ บริษัท อาดิฟ (Adif) ผู้ดูแลโครงสร้างพื้นฐานทางรถไฟของสเปน ได้สั่งระงับการให้บริการรถไฟระหว่างกรุงมาดริดและภูมิภาคอันดาลูเซียเป็นการชั่วคราว ขณะที่พรรคการเมืองต่าง ๆ ในสเปนต่างประกาศยกเลิกกิจกรรมที่กำหนดไว้ในวันพุธทั้งหมด ส่วนเจ้าหน้าที่ระดับสูงได้ร่วมแสดงความเสียใจและส่งกำลังใจให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบ

“ผมรู้สึกตกใจอย่างยิ่งกับอุบัติเหตุทางรถไฟครั้งร้ายแรงในโตเลโด” เปโดร ซานเชซ นายกรัฐมนตรีสเปน โพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ พร้อมระบุว่าหน่วยบริการฉุกเฉินได้รุดไปยังที่เกิดเหตุแล้วเพื่อให้การช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ

ทั้งนี้ อุบัติเหตุครั้งนี้นับเป็นอุบัติเหตุทางรถไฟครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นตามหลังเหตุการณ์เมื่อ 9 เดือนก่อน บริเวณใกล้เมืองอาดามุซ ในจังหวัดคอร์โดบาทางตอนใต้ ซึ่งครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิตสูงถึง 46 ราย

โดย ปนัยดา ปัทมโกวิท